คนขายก๋วยเตียวคิดถึงท่านอดีตนายกฯทักษิน อดีตนายกรัฐมนตรีไทยที่เสริมอำนาจให้กับประชาชนชาวรากหญ้า อดีตนายกรัฐมนตรีที่ทำให้ชาวรากหญ้าตระหนักในอำนาจการต่อรองทางการเมืองของตนเองเป็นครั้งแรก แม้ในวันนี้โอกาสที่ท่านอดีตนายกฯทักษิณจะกลับคืนประเทศไทยนั้นมีน้อยมากหรือแทบไม่มีแล้วก็ตามเพราะท่านอดีตนายกฯทักษิณมีแต่ “ประชาชนชาวเสื้อแดง” มือเปล่าแต่รักในประชาธิปไตยเท่านั้นที่เป็นอาวุธสำคัญที่สุดหาได้มีทหารและศาลเป็นแขน ขาให้เหมือนกับอำนาจนอกระบบ แต่ท่านอดีตนายกทักษิณก็ได้กลายเป็นสัญญลักษณ์แห่งการต่อสู้ของฝ่ายประชาธิปไตยไปเสียแล้วเพราะการสู้โดยชูภาพของอดีตนายกฯทักษิณเป็นธงนำนั่นหมายความว่าคุณสู้เพื่อทวงคืนความยุติธรรมและประชาธิปไตยคืนสู่สังคมไทยด้วย เพราะอดีตนายกฯทักษิณคือภาพของผู้ตกเป็นเหยื่อของอำนาจที่ไม่ชอบธรรมนั่นเอง
บทสัมภาษณ์ “คนขายก๋วยเตียวคิดถึงทักษิน” นี้นับเป็นบทพิสูจน์หนึ่งที่สะท้อนถึงคำพูดของท่านอดีตนายกฯทักษิณที่ให้สัมภาษณ์กับทางนิตยสารอาระเบียน บีสเนสเมื่อเร็วๆนี้ว่า
“I regret the result, but not what I have done. You see, I love the Thai people.“
“ผมเสียใจในผลที่เกิดขึ้นแต่ไม่ใช่ในสิ่งที่ผมได้ลงมือทำไปแล้ว ทีนี้คุณเข้าใจแล้วใช่ไหมว่าผมรักคนไทยแค่ไหน“ ได้เด่นชัดที่สุด
ดังนั้นหากวิเคราะห์การเมืองตามสถานการณ์ความเป็นจริงที่เกิดขึ้น “ในชั่วโมงนี้ ตอนนี้” ที่เป็นอยู่หนทางเดียวที่ท่านอดีตนายกฯทักษิณจะกลับมาได้ก็คือ “ผู้นำจิตวิญญาณของอำนาจนอกระบบ” ต้องเปิดไฟเขียวให้ท่านได้กลับมาเท่านั้นแต่ก็เป็นไปได้ยากเหลือเกินเพราะ “เครือข่ายของอำนาจนอกระบบ” กำลังเอ็นจอยกับอำนาจที่พวกเขาช่วงชิงมาและเป็นอำนาจที่ท่านอดีตนายกฯทักษิณเคยมีอยู่ มันจึงเป็นไปไม่ได้เลยที่พวกเขาจะยอมให้ท่านอดีตนายกฯทักษิณกลับมาเล่นการเมืองมีอำนาจอีกครั้งเหมือนดังแต่ก่อนเพราะการที่ท่านอดีตนายกฯทักษิณจะกลับมาเล่นการเมืองได้นั้นมันหมายความว่าท่านต้องปลอดจากการต้องโทษคดีความผิดที่ “กระบวนการยุติความเป็นธรรม” หยิบยื่นให้กับท่าน แต่การที่เราจะยกเลิกคำตัดสินของศาลที่วางอยู่บนพื้นฐานตัวบทกฎหมายอันเป็นดอกผลที่เกิดจากต้นไม่พิษที่คณะรัฐประหารเป็นผู้ปลูกไว้นั้น ประเทศไทยต้องมีการสังคายนากระบวนการยุติธรรมครั้งใหญ่เลยทีเดียว เรียกว่าเป็นงานเข็นครกขึ้นภูเขาก็คงไม่ผิดเช่นเดียวกัน
แต่จะมี สส.หรือนักการเมืองฝ่ายประชาธิปไตยคนใดหาญกล้าที่จะทำหรือมีความคิดริเริ่มในส่วนตรงนี้หรือเปล่าตรงนี้พูดไปแล้วก็เป็น “จุดอ่อนที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลงของฝ่ายประชาธิปไตย” เพราะหากทางศาลอ้างว่าพวกเขาได้ตัดสิน “ในพระปรมาภิไธยพระมหากษัตริย์” แล้วท้าทายว่า “พวกคุณกล้าหือหรือ?” ผู้เขียนคิดว่าในชั่วโมงนี้คงไม่มีนักการเมืองคนใดหรือแม้กระทั่งแกนนำฝ่ายประชาธิปไตยคนใดหาญกล้าที่จะเสี่ยงไปเล่นกับข้อหา “หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ” อีกเพราะข้อหาหมิ่นฯนี้มันเกิดขึ้นง่ายในสังคมไทยเพราะใครๆก็มีสิทธิฟ้องใครก็ได้ว่าทำการหมิ่นราชวงศ์
เห็นไหมคะว่า “กฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ” มันคืออาวุธอันทรงพลานุภาพที่ถูกนำไปใช้เป็นอาวุธต่อสู้ทางการเมืองของฝ่ายอำนาจนอกระบบอย่างไรอย่างที่ผู้เขียนเคยเขียนไว้ในบทความ ไฮ-ทักษิณ “เก็บดาบ” แนวรบด้านหน้าที่หายไปกับอีกบทพิสูจน์หนึ่งถึงพลังอมาตยาธิปไตยที่ยังถือไพ่เหนือกว่า นั่นแหละ
ที่กล่าวเช่นนี้มิได้หมายความว่า “พลังประชาชนคนเสื้อแดง” ไม่มีศักยภาพในการนำท่านอดีตนายกฯทักษิณกลับบ้าน “พลังประชาชนคนเสื้อแดง” คือ great asset ของฝ่ายประชาธิปไตยและจะเป็นพลังมวลชนที่มีอำนาจต่อรองทางการเมืองสูงในอนาคต แต่ต้องยอมรับความจริงว่าในชั่วโมงนี้ในหมู่ของ “พลังประชาชนคนเสื้อแดง” เองก็ยังมีกลุ่มก้อนที่เชิดชู “ผู้นำแห่งจิตวิญญาณของอำนาจนอกระบบ” ด้วยเช่นเดียวกัน ดังนั้นการประสานความคิดเชิดชูประชาธิปไตยเหนือตัวบุคคลจึงขาดความเป็นเอกภาพ ตรงนี้แหละคือจุดอ่อนที่สำคัญที่สุดของฝ่ายพลังประชาชนคนเสื้อแดง การวางยุทธศาสตร์การต่อสู้กับอำนาจนอกระบบจึงยังไม่เด่นชัดและติดขัดไปหมดและผู้เขียนคิดว่าฝ่ายอำนาจนอกระบบก็มองเห็นจุดอ่อนตรงนี้ด้วย
กระนั้นก็ตามหาก”ผู้นำจิตแห่งจิตวิญญาณของอำนาจนอกระบบ” เปิดไฟเขียวให้ท่านอดีตนายกฯทักษิณกลับมาก็มี “ข้อเสียที่ยิ่งใหญ่” เช่นเดียวกันและจะเป็นภัยที่กัดกร่อนต่อหลักการของระบอบประชาธิปไตยด้วยเพราะเป็นการตอกย้ำว่าการเมืองไทยยังอิงอยู่กับอำนาจนอกระบบเป็นสำคัญแต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ขึ้นอยู่กับท่านอดีตนายกฯทักษิณด้วยว่าท่านเห็นความสำคัญของ “ประชาชน” เหนือ “อภิสิทธิ์ชน” หรือไม่หากท่านกลับมาเล่นการเมืองได้ยิ่งใหญ่เหมือนเดิม
ที่ต้องกล่าวเช่นนี้เพราะว่าหากพวกเขายอมให้ท่านกลับเมืองไทยโดยไม่ต้องโทษคดีความผิดด้วย(สามารถกลับเข้าไปเล่นการเมืองได้)นั่นหมายความว่า “ผู้นำจิตวิญญาณของอำนาจนอกระบบ” ได้มี “บุญคุญอันใหญ่หลวง” ต่อท่านอดีตนายกฯทักษิณเรียบร้อยแล้ว เรียกว่าประชาธิปไตยหลังยุคทักษิณกลับบ้านอาจเกิดภาวะ “บุญคุณต้องทดแทนหากมีรายการคุณขอมา” หากบุญคุณต้องทดแทนนั้นไม่ขัดกับผลประโยชน์ของประชาชนและประเทศก็คงไม่เป็นไรแต่หากบุญคุณต้องทดแทนนั้นไปขัดกับผลประโยชน์ของประเทศและประชาชนก็คงเป็นเรื่องที่ไม่เกิดผลดีต่อประชาธิปไตยของไทยแน่นอนทั้งนี้ทั้งนั้นก็ขึ้นอยู่กับว่าท่านอดีตนายกฯทักษิณจะยืนหยัดต่ออุดมการณ์ประชาธิปไตยได้มากน้อยแค่ไหน
แต่โดยส่วนตัวยังเชื่อมั่นว่าท่านพร้อมทำเพื่อประชาชนเสมอ เพราะอดีตที่ผ่านมาก็พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า เพราะท่านพร้อมทำเพื่อประชาชนและไม่เคยที่จะละทิ้งคนยากจนนี่แหละ ท่านอดีตนายกทักษิณจึงกลายเป็น “นายกฯของประชาชน” แต่เส้นทางการเมืองของนายกฯคนที่ 23 ก็ต้องจบลงในระยะเวลาอันสั้นเพราะท่านเป็นเหยื่อของความสำเร็จของตัวเอง
แม้ในวันนี้ความหวังที่จะเห็นท่านอดีตนายกฯทักษิณกลับประเทศไทยจะยังเป็นความหวังอันริบหรี่ของฝ่ายประชาธิปไตยก็ตามแต่ท่านอดีตนายกฯทักษิณก็ยังเป็นความหวังที่ดีที่สุดในการเปิดประตูไปสู่การเปลี่ยนแปลงและเป็น “great asset” ของฝ่ายประชาธิปไตยเช่นเดียวกับ “พลังประชาชนคนเสื้อแดง” ในวันนี้ที่จะกลายเป็นกลุ่มพลังทางการเมืองที่ขอเข้ามามีบทบาทในการกำกับทิศทางของประเทศในอนาคตด้วยคน ![]()






พวกเอ็งเก่งจริงมาถามคนขายก๋วยเตี๋ยวแถวบ้านกูซิ
แม่งด่าไอ่แม้วยังกะหมูกะหมาเลย
เ๊งไปถามคนขายที่ไอ้แม้วไปช่วยโฆษณาให้มันก็เชียรแม้วอยู่แล้ว
ไอ้พวกปัญญาอ่อน
By: พายัพ on มีนาคม 28, 2009
at 10:09 pm
มันกำลังะเป็นความจริงแล้วครับ
เสื้อแดงสู้ๆ ประชาธิปไตยสู้ๆ
By: nanoteam on เมษายน 12, 2009
at 5:06 pm