สุรนันทน์ : นอกจากเป็นที่ปรึกษาทางด้านกฎหมายแล้วยังเป็นเลขานุการมูลนิธิ 111 ไทยรักไทย ในฐานะที่เป็นนักกฎหมายด้วย การที่ท่านอดีตนายกฯ ทักษิณ ไม่ได้มาแสดงตัวที่ศาลเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ต่อแต่นี้ขั้นตอนกฎหมายจะเป็นอย่างไรครับ 
วิชิต : ขั้นตอนตามกฎหมายก็จะมี 2 ส่วน คดีฟ้องศาลไปแล้วและอยู่ในระหว่างไต่สวน เช่น คดีที่ดินรัชดาภิเษกก็คงจะดำเนินการต่อไป ตอนนี้อยู่ในขั้นตอนไต่สวนพยานจำเลย ซึ่งนัดสุดท้ายก็คงเป็นวันที่ 22 ส.ค.นี้ ทางพนักงานอัยการกับทางทนาย จำเลย ก็จะเข้าไปไต่สวนหลังจากนั้นก็เป็นเรื่อง ดุลพินิจของศาล
สุรนันทน์ : ในเวลาจำเลยไม่อยู่ กระบวนศาลปกติจะเกิดอะไรขึ้นครับ
วิชิต : กรณีจำเลยไม่อยู่ถ้าเป็นคดีอาญาตามปกติ ศาลจะต้องจำหน่ายคดีแล้วก็ดำเนินการให้ได้ตัวจำเลยเพื่อพิจารณาต่อไป เว้นแต่บางคดีซึ่งมีการยื่นคำร้องต่อศาลว่า ขอให้พิจารณาคดีลับหลังจำเลยได้ อย่างนี้ก็ไม่เป็นไรให้ดำเนินการตามปกติ
- สุรนันทน์ : อันนั้นก็เป็นศาลอาญาปกติ ที่นี่ศาลอาญาแผนกคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองเป็นอย่างนั้นไหมครับ
วิชิต : เป็นเรื่องระบบไต่สวนซึ่งดำเนินการได้แต่ว่า วันที่จะพิพากษานั้นต้องมีตัวจำเลย ถ้าไม่มีตัว จำเลยก็จะต้องมีการดำเนินการให้ได้ตัวจำเลยมาภายใน 1 เดือน หรือ 30 วัน ถ้าไม่ได้ตัวมาภายใน 30 วัน ก็พิพากษาไปลับหลังจำเลยได้
- สุรนันทน์ : เพราะอันนี้ได้เริ่มมีกระบวนการ ไต่สวนไปแล้ว และคดีอื่นๆ ครับ
วิชิต : คดีอีกส่วนหนึ่งที่ยังไม่ได้ดำเนินการสู่ศาล หรืออัยการยังไม่ได้ฟ้องที่ศาลแผนอาญานักการเมือง ถ้าไม่ได้ตัวมาฟ้อง คือ ไปฟ้องได้แต่ว่าถ้านัดแรก จะต้องมาต้องมีตัวจำเลยมา ถ้าไม่มาก็คงจะต้องดำเนินการ เช่น ออกหมายจับต้องเอาตัวจำเลยมา
-สุรนันทน์ : เมื่อ 2-3 วันมีข่าวว่าศาลฎีกาออกหมายจับ ได้ออกหมายจับหรือยังครับ
วิชิต : ทราบว่าศาลฎีกาออกหมายจับแล้ว เนื่องจากว่าเหตุผลที่ทางทนายจำเลย หรือทนายของท่านอดีตนายกฯ ทักษิณ ชินวัตร ไปยื่นคำร้องไปชี้แจงเหตุผลว่าที่มาไม่ได้ เนื่องจากว่าคล้ายๆ กับแถลงการณ์ค่อนข้างจะชัดเจนนะครับ แต่ว่ากระบวนการพิจารณาของศาลต้องเป็นอย่างนั้น ก็คือเมื่อผิดนัดคงจะต้องออกหมายจับ ส่วนจะมีเหตุผลอย่างไรนั้น ก็เป็นเรื่องที่ศาลจะใช้ดุลพินิจ
-สุรนันทน์ : เพราะฉะนั้นก่อนที่ท่านอดีตนายกฯทักษิณไม่อยู่หรือการที่จำเลยไม่อยู่ในกระบวนการ กระบวนการยุติธรรมก็ต้องเดินต่อ
วิชิต : ก็ต้องเดินต่อในส่วนที่เดินได้ อย่างที่ผมแยกออกเป็น 2 ส่วนที่อยู่ในศาลแล้ว ไต่สวนแล้วก็เดินหน้าไปที่ฟ้องคดีได้เฉพาะศาลฎีกาแผนอาญานักการเมืองฟ้องได้ ศาลปกติทั่วไปต้องมีตัวจำเลยมาฟ้อง แต่ศาลนี้ฟ้องได้เพียงแต่นัดแรกจำเลยต้องมา ถ้าไม่มาก็จำหน่ายคดี
- สุรนันทน์ : มีคดีอื่นๆ ไหมครับที่ไม่เกี่ยวข้องกับศาลอาญาแผนกนักการเมือง
วิชิต : หมายถึงคดีอดีตนายกฯ ทักษิณ ไม่มีครับ รู้สึกว่าจะมีเฉพาะเรื่องที่ถูกกล่าวหาโดย คตส.
- สุรนันทน์ : เห็นท่านผู้นำฝ่ายค้าน หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์บอกว่า ที่อดีตนายกฯ ทักษิณ ยังฟ้องคดีอื่นๆ ได้ ทำไมวันนี้ถึงไม่เข้ามาสู่กระบวนการยุติธรรม
วิชิต : ก็แถลงการณ์ก็ปรากฏชัดอยู่แล้ว การฟ้องคดีนั้นจริงๆ แล้วผมเองรับผิดชอบโดยตรง คนที่ทำละเมิดต่อท่าน เรื่องที่หมิ่นประมาทท่านก็ฟ้องไปแล้ว 10 กว่าเรื่อง กำลังจะดำเนินการอีก 30 กว่าเรื่อง ก็เป็นเรื่องการใช้สิทธิที่มีอยู่แล้ว
- สุรนันทน์ : ถูกละเมิดสิทธิ์
วิชิต : อันนั้นก็ส่วนหนึ่ง แต่ส่วนที่ท่านถูกดำเนินคดี ตอนนี้ท่านไม่ได้หนีคดี ต้องเรียนตรงไปตรงมา
- สุรนันทน์ : ตรงนี้ผมอยากให้ท่านพูดให้ชัดเจน เพราะว่ารู้สึกว่าคนใช้หลายคำนะ ใช้ลี้ภัยการเมือง ใช้หนีคดี
วิชิต : ไม่ใช่อยู่ในสถานะนั้นเลย เพราะศาลเองก็ยังไม่ได้ตัดสินว่าผิด ศาลก็ไม่เคยออกหมายจับอะไรท่านในระหว่างที่ท่านเดินทางไป การอนุญาตศาลก็อนุญาตให้ไปต่างประเทศได้ แต่เหตุผลตามแถลงการณ์ค่อนข้างที่จะชัด (ออกหมายจับเพราะผิดนัดไม่ใช่หนีคดี)
- สุรนันทน์ : เพียงแต่ไม่ได้กลับมาแสดงตัวต่อศาลวันที่ศาลนัดเท่านั้น เพราะฉะนั้น เราจะใช้คำจำกัดความว่าอย่างไรครับ
วิชิต : ผมคิดว่าคำจัดกัดความคงไม่มีนะครับ เป็นเพียงสถานการณ์การเมืองตอนนี้เห็นได้ชัดเจน ยิ่งเรื่องของการปองร้ายกับตัวท่านเองมีข่าวอยู่ตลอดเวลา ท่านไปไหนมาไหนแม้แต่อยู่ในเมืองไทยเอง ยังจะต้องมีคนติดตามเพื่อความปลอดภัยของท่าน แล้วยังมีการขมขู่ตลอดเวลา อย่างนี้ผมคิดว่าเป็นกระบวนการที่ไม่น่าจะปรากฏขึ้นในเมืองไทยน่าจะหมดไปแล้ว
-สุรนันทน์ : เพราะฉะนั้น ในสายตาของคุณวิชิตเอง มองว่าเหตุผลไม่ใช่เรื่องของการหนีคดี ไม่ใช่เรื่องของกฎหมาย แต่เป็นเรื่องทางการเมือง
วิชิต : ใช่ครับ เป็นเรื่องทางการเมืองชัดเจน แล้วท่านต้องการมาสู้คดีเฉพาะ ฉะนั้น ท่านกลับมาทำไมเมื่อวันที่ 28 ก.พ. 2551 ดังนั้น ถ้าหากท่านจะหนีท่านก็ไปแล้ว แต่ท่านกลับมาก็เพื่อต้องการมาสู้คดีพิสูจน์ความบริสุทธิ์ แต่การเมืองทำให้ท่านต้องจำเป็นจะต้องไม่มารายงานตัวต่อศาล ไม่ใช่หนีคดีต้องเรียนยืนยัน
-สุรนันทน์ : เพราะฉะนั้น คดีท่านที่ถูกฟ้องก็ต้องดำเนินต่อ ท่านเองก็มอบหมายให้ทนายที่จะไปดูแลว่า ท่านจะพิสูจน์ความบริสุทธิ์อย่างไรในกระบวนการนั้น ใช่ไหมครับ คดีที่ท่านฟ้องท่านก็ยังดำเนินต่อ เพราะท่านต้องรักษาสิทธิ์ของท่านไว้ ที่นี่พอข้ามไปที่ประเทศอังกฤษ ไม่ทราบว่าคุณวิชิต เกี่ยวข้องด้วยหรือเปล่า แต่ว่ามันจะมีบริบทที่วันนี้เมื่อมีออกหมายจับแล้ว ถ้าเกิดเข้าสู่กระบวนการศาลอังกฤษ เหตุการณ์มันจะมีอะไรเกิดขึ้นกับตัวท่านอดีตนายกฯ ทักษิณ
วิชิต : ที่จริงผมไม่ได้รับชอบโดยตรง แต่ว่าความที่เป็นนักกฎหมายอยู่ด้วยแล้ว ก็เคยศึกษาบางส่วนไม่ได้ละเอียดและก็ผมไม่ได้ลึกซึ้งมาก ส่วนกระบวนการที่ท่านจะดำเนินการอย่างไรก็เป็นสิทธิของท่าน ส่วนผมเองก็ไม่ได้ทราบเพราะว่าไม่เกี่ยวข้อง
-สุรนันทน์ : แต่ศาลไทยก็มีสิทธิ์ขอให้อังกฤษ ส่งกลับไทย ในฐานะผู้ร้ายข้ามแดนได้ไหมครับ
วิชิต : ศาลไทยก็ออกหมายจับ กระบวนการที่จะขอส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดน ก็เป็นเรื่องของสำนักงานอัยการสูงสุดที่จะต้องดำเนินการ มีส่วนกับกระทรวงการต่างประเทศ ส่วนจะมีเหตุผลอย่างไร ดำเนินการอย่างไร
-สุรนันทน์ : ต้องรอให้ตัดก่อนไหมครับ จากศาล
วิชิต : จริงๆ แล้วไม่ต้องรอ เพราะว่ามีการออกหมายจับแล้วก็มีการดำเนินคดีอยู่ แต่เรื่องความบริสุทธิ์นั้นศาลไม่ตัดสินว่าท่านผิดอะไร เพียงแต่เป็นสิทธิของท่านเอง ของผู้ร้องหรือคนที่ถูกทางการเมือง ถูกภัยทางการเมืองที่จะขออยู่กับประเทศนั้น แต่ก็เป็นสิทธิของประเทศนั้นว่าจะให้หรือไม่ ให้เพราะเป็นเอกสิทธิ์ของประเทศนั้นเลย
- สุรนันทน์ : ถ้าวันนี้ สมมติวันนี้ ในสัปดาห์นี้ ประเมินสถานการณ์การเมืองอดีตนายกฯ ทักษิณ บอกว่าจะมาสู้คดี ท่านยังกลับมาได้ไหมครับ
วิชิต : กลับมาได้ หมายถึงการเมืองนิ่ง แต่ผมคิดว่าการเมืองแม้ว่าท่านไปแล้ว บางคนก็ถามว่าท่านไปแล้วเหตุการณ์จะดีขึ้นไหม สถานการณ์ต่างๆ จะดีขึ้นไหม
- สุรนันทน์ : ในแถลงการณ์ของอดีตท่านนายกฯ ทักษิณ เหตุผลที่ไม่ต่อสู้ทางกระบวนการยุติธรรม แต่เป็นผลเหตุทางการเมืองล้วนๆ ตรงนี้หัวใจมันคืออะไรครับ หัวใจที่คุณวิชิตคิดว่าทำให้เกิดเหตุการณ์อย่างวันนี้ขึ้น
วิชิต : หัวใจก็คือเรื่องของการที่ระบบกฎหมาย และการบังคับใช้กฎหมายของบ้านเราถอยหลัง นับตั้งแต่มีการยุบพรรคไทยรักไทย มีการใช้กฎหมายย้อนหลัง ซึ่งแม้กระทั่งประธานศาลฎีกาเดิม ซึ่งเป็นองค์คณะอยู่ในคณะตุลาการรัฐธรรมนูญ ไม่ใช่ศาลนะครับ เป็นคณะที่คณะปฏิรูปหรือ คปค.
- สุรนันทน์ : ในช่วงนั้นเป็นช่วงที่อยู่ภายใต้รัฐบาลรัฐประหาร
วิชิต : ตรงนั้นมีการใช้กฎหมายย้อนหลังแล้ว ก็ตัวประธานศาลฎีกามีความเห็น 1 ใน 3 คนที่ แย้งว่าย้อนหลังไม่ได้ที่จะเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง กรรมการบริหาร อย่างผมเนี่ย เดี่ยวนี้ผมคิดว่านอกจากหลักกฎหมายไม่ถูกปฏิบัติตามหลักสากล มีการใช้กฎหมายย้อนหลัง มีการบิดเบือนหลักกฎหมายแล้วก็การบังคับใช้กฎหมายก็ไม่เกิด
- สุรนันทน์ : หมายความว่าอย่างไรครับ ไม่เกิด
วิชิต : การบังคับใช้กฎหมาย เช่น ผมพูดตรงๆ เลยกรณีกลุ่มพันธมิตรฯ พูดจาปราศรัย เปิดเวทีกล่าวโจมตีคนโน้นคนนี้เป็นเวลากว่า 2 เดือน จะ 3 เดือนอยู่แล้ว มีการถ่ายทอดเอเอสทีวีชัดเจน คำปราศรัยไม่เคยมีคำพูดที่ดีๆ มีแต่คำพูดไม่เพาะเลย ซึ่งเป็นกรณีที่ท่านสุรนันทน์อยู่ก็คงจะคิดว่าผิดระเบียบกรมประชาสัมพันธ์เรื่องของถ้อยคำต่างๆ หยาบคาย ใส่ความ อย่างนี้ ผมคิดว่าถ้ามีการบังคับใช้กฎหมายอย่างตรงไปตรงมาโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผมไม่ได้ก้าวล่วงไปถึงตำรวจ ท่านจะมีเหตุอะไรของท่าน แต่ถ้าบังคับใช้กฎหมายมีการจับกุมดำเนินคดีอย่างฉับพลันทันที เอเอสทีวีซึ่งไม่ได้รับอนุญาตให้เปิดสถานีโทรทัศน์ ถ้ามีการดำเนินการอย่างตรงไปตรงมาตามกฎหมายจริงๆ ผมคิดว่าบ้านเมืองน่าจะสงบ นี่คือหัวใจของความเกิดการขัดแย้ง





