“ผู้ชนะ : ผู้แพ้”
โดย พตท. ดร.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีคนที่ 23 ของไทย
ผู้ชนะเป็นส่วนหนึ่งของการแก้ แต่ผู้แพ้เป็นส่วนหนึ่งของปัญหา
ผู้ชนะเสนอสิ่งใหม่ให้ทุกครา แต่ผู้แพ้สรรหาคำแก้ตัว
ผู้ชนะมักบอก”ขอฉันช่วย” แต่ผู้แพ้ไม่เอาด้วยเรื่องปวดหัว
ผู้ชนะเห็นทางออกแม้มืดมัว ผู้แพ้เฝ้าแต่กลัวเจอทางตัน
ผู้ชนะรอโอกาสทองแม้ต้องยุ่ง ผู้แพ้มุ่งเห็นแต่ร้ายที่หมายมั่น
ผู้ชนะว่าทำได้ต้องฝ่าฟัน ผู้แพ้บอกเลิกฝันมันยากไปฯ
โชคดีค่ะท่านนายกฯทักษิณ
พตท.ทักษิณกรวดน้ำให้ผู้จองเวรทั้งหลายพร้อมไปทำมาหากินอยู่ต่างประเทศ
พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า อยากเห็นความปรองดองของคนในชาติ ไม่อยากเห็นความขัดแย้งที่มีอยู่มากมายแบบนี้ และขอยืนยันจะไม่กลับมาเล่นการเมืองอีกเพราะใจจริงๆ แล้วอยากให้เสร็จเรื่องราวแล้วก็อยากจะไปทำมาหากินอยู่ต่างประเทศ
ทั้งนี้ พ.ต.ท.ทักษิณกล่าวกับกลุ่มคนเสื้อแดงประมาณ 300 คน ที่เดินทางมาอวยพรล่วงหน้า เนื่องในวันคล้ายวันเกิดครบ 59 ปี ในวันที่ 26 กรกฎาคม ที่ชั้นล่างอาคารชินวัตร 3 เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม ตอนหนึ่งว่า ขอบคุณทุกคนที่แสดงความรักความห่วงใยแก่ตนมาตลอด แต่ขณะนี้ยังมีความไม่เข้าใจในหมู่คนไทย จึงอยากให้ทุกอย่างกลับเข้าสู่ภาวะปกติโดยเร็ว ซึ่งได้แต่เรียกร้องวิงวอน และพยายามไม่ไปยุ่งเกี่ยวอะไร แต่ถ้าต่างคนต่างกลั่นแกล้งทำร้ายกันและกัน คงยุติยาก
“ความไม่สงบของบ้านเมืองที่เกิดขึ้น คนที่เดือดร้อนมากที่สุด คือคนไทยที่หาเช้ากินค่ำ คนยากจน แต่สิ่งสำคัญที่สุด คือประเทศชาติเสียหาย ผมอยากฝากว่า ผมเข้าวัดทำบุญนั่งสมาธิ อโหสิกรรมทุกวัน กรวดน้ำให้เจ้ากรรมนายเวร ผู้จองเวรทั้งหลายตลอดเวลา ตัวผมนั้นไม่ใช่เรื่องใหญ่ เรื่องใหญ่คือประเทศ อยากเห็นชีวิตคนไทยดีขึ้น หวังว่าคนไทยทุกคนจะให้อภัยกัน และนำความสันติกลับสู่ประเทศโดยเร็ว พวกเราเป็นผู้รักสันติ และอยู่ในกรอบตลอดเวลา แต่ขณะนี้บ้านเมืองเริ่มไม่มีกรอบกันมากขึ้น อยากให้ทุกคนอดทนกันต่อไป สักวันสิ่งที่ดีย่อมชนะสิ่งที่ไม่ดี วันนี้เขาไม่เข้าใจเรา สักวันเขาจะเข้าใจเรา เมื่อเข้าใจเรา ก็จะรู้ว่ามันเสียหายไปเยอะแล้ว” พ.ต.ท.ทักษิณกล่าว
พ.ต.ท.ทักษิณให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมว่า “สำหรับผม ขอให้ทุกฝ่ายรู้ว่า ผู้ที่ได้ทำอะไรไม่ดีต่อผม ผมไม่ได้คิดล้างแค้น เจ็บใจอะไร ตรงข้าม ผมคิดว่า คนเรามีอารมณ์ความรู้สึกกันได้ แต่อยากให้ทุกฝ่ายหันหน้าเข้าหากัน ให้ประเทศเข้าสู่ความปรองดองแห่งชาติ ถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในวันที่ 5 ธันวาคม และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในวันที่ 12 สิงหาคมนี้”
ผู้สื่อข่าวถามว่า ต่างฝ่ายต่างมีทิฐิ การปรองดองจะเป็นไปได้ยากหรือไม่ พ.ต.ท.ทักษิณกล่าวว่า บางครั้งก็ถือทิฐิใส่กันมากเกินไป ปล่อยวางไม่ได้ ลองปล่อยวางแล้วคิดว่า ไม่มีใครอยู่ยงคงกระพัน ทั้งอายุขัย ตำแหน่ง ความเป็นอยู่ ทุกสิ่งทุกอย่างเป็นอนิจจัง ถ้าเข้าใจคำว่า อนิจจัง ก็ควรปล่อยวาง แล้วหันหน้าเข้าหากันแบบคนไทยด้วยกันดีกว่า
เมื่อถามว่า หากมีการเรียกร้องให้กลับมาแก้ปัญหาบ้านเมืองอีกครั้ง จะตัดสินใจอย่างไร พ.ต.ท.ทักษิณกล่าวว่า
“ไม่หรอก ในใจผมเองจริงๆ แล้ว อยากให้เสร็จเรื่องเสร็จราวของผม แล้วอยากจะไปทำมาหากินอยู่ต่างประเทศ” เมื่อถามว่า สิ่งที่รอให้เสร็จหมายถึงคดีต่างๆ ใช่หรือไม่ พ.ต.ท.ทักษิณกล่าวว่า “ก็ทำไป คือ ผมเป็นคนเคารพกติกา อยากขอร้องให้ทุกฝ่าย คนที่กลั่นแกล้งผม ขอให้เคารพในกติกาด้วย”
เรียบเรียงจาก มติชนและโพสต์ทูเดย์





