การถือเสียงข้างมากเป็นเกณฑ์ การคุ้มครองสิทธิของคนส่วนน้อย(Majority Rules, Minority Rights)
หากมองอย่างผิวเผินแล้ว หลักการของการถือเสียงข้างมากเป็นเกณฑ์และการคุ้มครองสิทธิของคนส่วนน้อย ดูมีความขัดแย้งกัน แต่แท้จริงแล้วหลักการนี้เปรียบได้กับสองเสาหลักที่ค้ำยันพื้นฐานของระบอบการปกครองที่เราเรียกว่าระบอบประชาธิปไตย
- - การถือเสียงข้างมากเป็นเกณฑ์ เป็นวิธีการในการจัดตั้งรัฐบาล และเป็นหลักในการตัดสินประเด็นสาธารณะต่างๆ แต่ไม่ใช่เป็นช่องทางสำหรับการกดขี่ ระบอบประชาธิปไตยไม่ได้ให้สิทธิแก่กลุ่มจัดตั้งกลุ่มใดไปคุกคามผู้อื่นฉันใด กลุ่มเสียงข้างมากก็ไม่มีสิทธิพรากสิทธิและเสรีภาพพื้นฐานของคนส่วนน้อยหรือบุคคลใดบุคคลหนึ่งฉันนั้น
- - คนส่วนน้อย – ไม่ว่าจะเป็นเพราะชาติพันธุ์ ความเชื่อทางศาสนา ที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ ระดับรายได้ หรืออาจเป็นเพียงผู้พ่ายแพ้ทางการเมือง หรือประเด็นความขัดแย้งทางการเมืองเท่านั้น ต่างได้รับการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพอย่างเท่าเทียมกัน รัฐบาลหรือเสียงส่วนใหญ่ที่มาจากการเลือกตั้งหรือการแต่งตั้งก็ตามไม่สามารถลิดรอนสิทธิดังกล่าวได้
- - คนส่วนน้อยต้องเชื่อมั่นว่ารัฐบาลจะคุ้มครองสิทธิและความเป็นตัวตนของพวกเขาอย่างเต็มที่ เพราะเมื่อมีการคุ้มครองอย่างเต็มรูปแบบแล้ว พวกเขาก็สามารถเข้ามามีส่วนร่วมและสร้างคุณประโยชน์ต่อสถาบันในระบอบประชาธิปไตยได้
- - ในบรรดาสิทธิมนุษยชนพื้นฐานที่รัฐบาลประชาธิปไตยต้องปกป้อง ประกอบด้วยเสรีภาพในการพูดและการแสดงออก เสรีภาพทางศาสนาและความเชื่อ สิทธิในการได้รับความคุ้มครองตามกระบวนการตามกฎหมายอย่างเท่าเทียมกัน เสรีภาพในการจัดตั้งองค์กร พูดแสดงความคิดเห็น แสดงความไม่เห็นด้วย และเข้ามามีส่วนร่วมในสังคมได้อย่างเต็มที่
- - ในระบอบประชาธิปไตยนั้น การคุ้มครองสิทธิของคนส่วนน้อยเพื่อรักษาเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรม ธรรมเนียมปฏิบัติทางสังคม ความรู้สึกผิดชอบของแต่ละบุคคล และกิจกรรมทางศาสนา ถือเป็นหนึ่งในภารกิจหลัก
- - การยอมรับความแตกต่างในชาติพันธุ์และวัฒนธรรมที่ดูแปลกออกไปอาจเป็นหนึ่งในความท้าทายที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่รัฐบาลในระบอบประชาธิปไตยต้องเผชิญ ความหลากหลายดังกล่าวนับได้ว่าเป็นสินทรัพย์ที่มีค่า ระบอประชาธิปไตยจะมองว่าความแตกต่างทางเอกลักษณ์ วัฒนธรรม และค่านิยมเหล่านี้เป็นเรื่องท้าทาย ซึ่งสามารถทำให้ระบอบประชาธิปไตยแข็งแกร่งและสมบูรณ์ขึ้น และไม่ถือว่าความแตกต่างเหล่านี้เป็นภัยคุกคามแต่อย่างใด
- - ไม่มีคำตอบใดเพียงคำตอบเดียวสำหรับวิธีการแก้ปัญหาความแตกต่างทางความคิดเห็นและค่านิยมระหว่างคนกลุ่มน้อย แต่สิ่งที่เราทราบแน่นอนก็คือกระบวนการทางประชาธิปไตยที่ยอมรับในความแตกต่าง การถกเถียงอภิปราย และการประนีประนอมเท่านั้นที่จะทำให้สังคมที่เสรีสามารถตกลงกันได้และเป็นการตกลงที่ถือเสียงข้างมากเป็นเกณฑ์และคุ้มครองเสียงข้างน้อย





