Posted by: Jess | กรกฎาคม 14, 2008

ประชาธิปไตยหน้าตาเจ้าเป็นอย่างไร?:ความสัมพันธ์ระหว่างพลเรือน-กองทัพ(Civil-Military Relations)

ความสัมพันธ์ระหว่างพลเรือน-กองทัพ(Civil-Military Relations)

ประเด็นเรื่องสงครามและสันติภาพเป็นเรื่องใหญ่ที่สุดเท่าที่ชาติใดจะเผชิญและในห้วงเวลาวิกฤตนั้น หลายประเทศหันไปหากองทัพให้ช่วยนำทางแต่เรื่องเช่นนี้จะไม่เกิดในประเทศประชาธิปไตย

ในระบอบประชาธิปไตย คำถามเรื่องสงครามและสันติภาพ หรือภัยคุกคามอื่นๆ ต่อความมั่นคงของชาติเป็นประเด็นปัญหาที่สำคัญที่สุดของสังคม ดังนั้นผู้ที่จะตอบปัญหานี้ได้ก็คือประชาชนซึ่งดำเนินการผ่านตัวแทนที่พวกเขาเลือกตั้งขึ้นมา

กองทัพในระบอบประชาธิปไตยจะรับใช้ประเทศชาติมากกว่าที่จะเป็นผู้นำประเทศ ผู้นำทางทหารให้คำแนะนำแก่ผู้นำที่ได้รับการเลือกตั้งเข้ามาและปฏิบัติตามคำตัดสินใจของผู้นำเหล่านั้น เฉพาะผู้ที่ได้รับการเลือกตั้งจากประชาชนเท่านั้นที่มีอำนาจและหน้าที่ที่จะตัดสินอนาคตของประเทศ

แนวความคิดเรื่องการควบคุมโดยพลเรือน และอำนาจเหนือกองทัพนับเป็นหลักการพื้นฐานของระบอบประชาธิปไตย

  • พลเรือนจำเป็นต้องนำพากองทัพของชาติ และตัดสินใจในประเด็นที่เกี่ยวกับการป้องกันประเทศ ไม่ใช่เพราะว่าพลเรือนฉลาดกว่าทหาร หากแต่เป็นเพราะพวกเขาเป็นตัวแทนที่ได้รับการคัดเลือกจากประชาชนมาแล้ว ดังนั้นจึงมีหน้าที่ต้องตัดสินใจและรับผิดชอบในการตัดสินใจของตนเอง
  • กองทัพในระบอบประชาธิปไตยดำรงอยู่เพื่อปกป้องประเทศชาติและเสรีภาพของประชาชน กองทัพไม่ได้มีหน้าที่เป็นตัวแทน หรือสนับสนุนแนวคิดทางการเมือง หรือแนวคิดของกลุ่มชาติพันธุ์และกลุ่มทางสังคมกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งโดยเฉพาะ กองทัพต้องจงรักภักดีต่ออุดมการณ์ของชาติ ต้องเคารพในหลักนิติธรรม และหลักการของระบอบ
    ประชาธิปไตย
  • การควบคุมโดยพลเรือนเป็นการสร้างหลักประกันว่าค่านิยม สถาบันและนโยบายของประเทศต้องเป็นสิ่งทีประชาชนเป็นผู้เลือก ไม่ใช่กองทัพ วัตถุประสงค์ของกองทัพคือการปกป้องสังคมมากกว่าชี้นำสังคม
  • รัฐบาลประชาธิปไตยมองเห็นคุณค่าของความเชี่ยวชาญและคำแนะนำของทหารอาชีพเมื่อต้องตัดสินใจในระดับนโยบาย เกี่ยวกับการป้องกันและการรักษาความมั่นคงของประเทศข้าราชการพลเรือนต้องพึ่งพากองทัพในเรื่องคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญทางทหารและการนำมติของรัฐบาลมาปฏิบัติ ผู้นำพลเรือนที่มาจากการเลือกตั้งเท่านั้นที่มีสิทธิตัดสินใจขั้นสุดท้ายในเรื่องนโยบายได้ ซึ่งกองทัพจะรับไปปฏิบัติตามขอบเขตอำนาจของกองทัพ
  • ผู้นำทางทหารอาจ เข้าไปมีส่วนร่วมอย่างเต็มที่และเท่าเทียมในด้านการเมืองเช่นเดียวกับประชาชนธรรมดาทั่วไป แต่ในฐานะผู้ออกเสียงคนหนึ่งเท่านั้น อนึ่งทหารต้องลาออกจากราชการเสียก่อนที่จะเข้ามาเล่นการเมือง กองทัพต้องแยกออกจากการเมือง กองทัพรับใช้ประเทศชาติด้วยความเป็นกลาง และมีหน้าที่ปกป้องคุ้มครองสังคม
  • ที่สุดแล้วการควบคุมกองทัพโดยพลเรือนช่วยประกันว่าการป้องกันประเทศและประเด็นด้านความมั่นคงจะไม่บั่นทอนค่านิยมพื้นฐานในระบอบประชาธิปไตยที่ยึดเสียงข้างมากเป็นเกณฑ์และรักษาสิทธิของเสียงข้างน้อย เสรีภาพในการพูด การนับถือศาสนาและสิทธิตามกฎหมายของประชาชน ผู้นำทางการเมืองทุกคนมีหน้าที่ทำให้การควบคุมกองทัพโดยพลเรือนมีความแข็งแกร่ง และกองทัพมีหน้าที่ต้องเชื่อฟังคำสั่งของผู้มีอำนาจที่เป็นพลเรือน

ถอดความภาษาไทยโดย สถานทูตสหรัฐประจำประเทศไทย


Responses

  1. [...] ประชาธิปไตยหน้าตาเจ้าเป็นอย่างไร?:… [...]


Leave a response

Your response:

หมวดหมู่