สัมภาษณ์และถอดความโดย คุณต้นกล้าประชาธิปไตย
จากเว็บ Thaicenternews
ท่านสามารถรับชมและฟังสารจากคุณจักรภพ เพ็ญแขถึงประชาชนที่รักประชาธิปไตยทุกคนได้ที่วีดีโอคลิปข้างล่างนี้
สวัสดีครับ
ไม่ได้เห็นหน้ากันนาน คิดถึงนะครับ ตอนช่วงที่ที่อยู่สนามหลวงกันเราก็เต็มที่ เพราะตอนนั้นเรามีเป้าหมายชัดว่า เราสู้กับเผด็จการ คมช. และกับรัฐบาลที่ คมช.ตั้งขึ้นมา มาตอนนี้เนี่ย หลายคนเกิดความรู้สึกว่า เอ๊ะเราจะสู้กับอะไร รัฐบาลก็มาจากการเลือกตั้ง แต่ผมเองอยากจะเรียนพี่น้องอย่างนี้ครับว่า สำหรับคนที่ต่อสู้กันมาเนี่ย ขอให้ทราบเถิดว่า ประชาธิปไตย นาน กว่าจะเข้าที่ ถึงแม้เราจะได้โอกาสเป็นรัฐบาล แต่คำถามก็คือเราได้อำนาจในการบริหารประเทศ เพื่อจะให้ผลการบริหารไปถึงประชาชนเนี่ยจริงหรือเปล่า
ตอนนี้เค้าก็สาดใส่กันใหญ่ บอกว่ารัฐบาลไม่มีน้ำยา ไม่มีผลงาน แต่เค้าไม่ถามว่า ที่ผ่านมา 4 เดือนรัฐบาลได้รับอนุญาตให้บริหารประเทศหรือเปล่า ถูกตีทุกวัน ผมเองก็เป็นส่วนหนึ่งที่ถูกตี แต่สิ่งที่เกิดขึ้นกับผมเนี่ย พี่น้องอย่าได้ต้องเป็นห่วงเลยครับ ผมเองรับได้สบายมาก เพราะผมรู้ดีว่าบ้านเมืองเนี่ย มันมี อุปสรรคขัดขวางอยู่เยอะ คนที่อยากจะต่อสู้เพื่อความเป็นประชาธิปไตย เพื่อความก้าวหน้าของบ้านเมืองเนี่ย ไม่ได้มีเฉพาะผมคนเดียว แต่เผอิญผมไปขวางวิถีกระสุน เค้าต้องเอาผมออก ด้วยวิธีการอย่างที่เห็นกันอยู่แล้ว ในเรื่องนั้นเรื่องนี้ ก็กล่าวหากันใหญ่ จุดสำคัญก็คือ เราต้องรู้ว่าการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยมันต้องใช้เวลา ให้คนในประเทศเกิดความรู้สึกว่า เอ๊ะนี่ประเทศที่ ที่เราอยู่เนี่ย เราเสียภาษีไป เราเสียค่าธรรมเนียมต่างๆ ไป มันย้อนกลับมาสู่เราได้อย่างไร นี่คือสิ่งที่เราต้องต่อสู้เพื่อสิทธิของเราต่อไป
ก็นั่นแหละครับ ก็เลยอยากทักทาย ชวนคุยทีไรก็เป็นเรื่องหนักทุกที แต่ความหมายก็คือว่า ผมเองไม่ถอยแน่ สิ่งที่เกิดขึ้นเนี่ย มันแค่สูญเสียตำแหน่ง การสูญเสียตำแหน่งมันแค่เรื่องที่น้อยนิดเดียว ในการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย ผมไม่ต้องเป็นรัฐมนตรี ผมก็ทำงานอย่างที่ทำได้ ตอนเราสู้ที่สนามหลวงแล้วไปดาวกระจายทั่วประเทศ ผมเองก็ไม่ได้เป็นรัฐมนตรี ไม่ได้มีตำแหน่งทางการเมือง ไม่ได้มีอำนาจรัฐมาช่วย มาตอนนี้เรามีกลไกอำนาจรัฐ ที่อาจพอจะช่วยได้บ้าง เราก็ต้องพาประเทศเดินหน้าไปสู่ความเป็นประชาธิปไตย
เหมือนตอนที่ผมเป็นตำแหน่งอยู่น่ะครับ ผมถึงได้ต้องทำเรื่องต่างๆ ที่มันมีผลต่ออนาคต คนก็ไม่เข้าใจ แม้แต่ในพรรคเองบางทียังถามว่าไปทำทำไม ก่อเรื่องทำไม เช่น ผมดูแลงานกรมประชาสัมพันธ์ กับ อสมท. ผมก็ออกคำสั่งเลยว่าให้ไปปรับแก้ระเบียบเลยว่า สื่อมวลชนภาครัฐจะสนับสนุนการรัฐประหารยึดอำนาจไม่ได้ อย่างนี้เป็นต้น ถามว่าอยู่เฉยๆ ไปก่อเรื่องทำไม ไปเหมือนว่าเราไปสร้างสถานการณ์ ว่าจะมีรัฐประหาร ว่าจะมีอะไร คนที่อยู่ฝ่ายตรงข้ามเค้าว่ากันใหญ่ ประณามกันใหญ่ แต่อยากจะเรียนให้พี่น้องทราบครับว่า ถ้าเราไม่ตั้งหลักเหล่านี้ มันจะไม่มี สิ่งที่เรียกว่า การตั้งมาตรฐานทางด้านประชาธิปไตยขึ้น ผมบอกชัดเจนเลยว่า สิทธิคนในภาครัฐนี่ เค้ามี เค้าวิจารณ์รัฐบาลก็ได้ ไม่ใช่ว่าอยู่กรมประชาสัมพันธ์แล้ววิจารณ์รัฐบาลไม่ได้ วิทยุกรมประชาสัมพันธ์เนี่ย วิจารณ์รัฐบาลสะเด็ดนักล่ะ อันนี้เป็นสิทธิของเค้า ไม่ว่ากัน ถ้าเค้าวิจารณ์อยู่ในความถูกต้องและประชาชนรับเค้าได้ แต่ถ้าเลยไปถึงขั้นเรียกร้องให้ทหารออกมายึดอำนาจ บอกว่าประชาธิปไตยไม่เอา จะเอาระบอบเผด็จการ อย่างนี้เนี่ย ผิดไปจากจุดยืนด้านประชาธิปไตยแล้ว
เพราะงั้นของเหล่านี้ผมเล่าเป็นตัวอย่างครับว่า เรามีวิธีต่อสู้หลายอย่าง มีตำแหน่งผมก็สู้อย่างหนึ่ง ไม่มีตำแหน่งผมก็ต่อสู้อีกอย่างหนึ่ง และที่สำคัญก็คือ ผมนึกถึงน้ำใจของพี่น้อง ซึ่งมาช่วยกัน มาต่อสู้กัน ใครทำอะไรได้ก็ทำแบบนั้น มีแรงก็มาร่วมชุมนุมกัน มีกำลังก็ไปช่วยกันซีรอกเอกสาร อีเมลล์เอกสาร ใครมีความสามารถด้านสื่อก็ช่วยกันเผยแพร่ให้มันไกลออกไป ผู้เฒ่าผู้แก่บางคน แรงไม่มี ยังอุตส่าห์ฝากพระมาให้ ยังอุตส่าห์ฝากกำลังใจมาให้ เจอหน้าก็กอดก็ให้กำลังใจกันด้วยคำพูดกัน เหล่านี้ขอให้พี่น้องรู้ว่า มันช่วยทั้งนั้นล่ะครับ ไม่จำเป็นต้องมีเงินถุงเงินถัง ไม่จำเป็นต้องมีเรี่ยวมีแรงมากไป เอาเป็นว่าขอให้มีจุดยืน ว่าประชาธิปไตยเนี่ย มันต้องเกิดขึ้นได้ในสมัยเรา ประชาธิปไตยที่ว่านี้ไม่ใช่เป็นเพียงการเลือกตั้ง และรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง แต่จะต้องไปถึงจุดที่ว่าประชาชนเนี่ย มีความรู้สึกที่ว่า ไอ้ระบบที่มันเป็นอยู่ทางการเมืองเนี่ย มันตอบปัญหา มันแก้ปัญหาของเขาได้ นี่แหล่ะครับคือเรื่องสำคัญ
ก็ขอให้พี่น้องได้สบายใจนะครับ เห็นหน้ากันก็ขอยืนยันว่า ผม กินอิ่มนอนหลับ ไม่มีปัญหา และที่สำคัญก็คือจุดยืนในการต่อสู้กันมานี่ไม่มีเปลี่ยนแปลง นี่เป็นการรณรงค์ระยะยาว นี่เป็นการทำเพื่อ สาระสำคัญของระบอบประชาธิปไตย ซึ่งประกอบด้วยการมีสิทธิ การมี เสรีภาพ ที่เต็มที่ทุกประการของประชาชน และหมายถึงเรื่องการที่คนมีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ไม่ใช่คนหนึ่งเนี่ย จะต้องรู้สึกว่าอยู่ต่ำเตี้ย แล้วก็เป็นคนที่ต้องหลบลี้หนีหน้าคน ไม่ได้ ต้องออกมาได้เท่าเทียมกัน แต่เมื่อออกมาแล้ว ความเห็นเราไม่ตรงกันได้ เราก็ถกเถียงกัน อย่างสร้างสรรค์ แล้วก็หาทางออกที่ลงตัว และก็เอาตรงนั้นไปประพฤติปฏิบัติต่อไป หลักการก็มีเพียงเท่านี้
ก็ขอฝากไว้ครับ ว่าทั้งหมดนี้เนี่ย มันเป็นเรื่องของการรณรงค์ เราทำด้วยจิตใจที่สบาย การรณรงค์ไม่ต้องไปคิดเคียดแค้นใคร ไม่ต้องไปคิดโมโหโทโส ไม่ต้องไปลุแก่อารมณ์ ลุแก่โทสะ เราไปของเราสบายๆ มีพลัง ให้กำลังใจซึ่งกันและกัน และเราจะไปได้ไกล นะครับ ผมฝากไว้ด้วย ว่าได้เจอหน้ากันอีกแน่ ไม่ว่าจะเป็นเว็บนี้หรือว่าที่ไหนก็ตาม เพราะในการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตยนั้น ไม่ได้จบลงเพียงแค่นี้
ขอบคุณครับ





