Posted by: Jess | มิถุนายน 13, 2008

เปลือยหัวใจจักรภพจาก “คดีไทย” ในโลกวันนี้

จำได้ว่าเมื่อตอนที่คุณจักรภพแถลงข่าวลาออกจากตำแหน่งรัฐมนตรีเสร็จเรียบร้อย มีผู้สื่อข่าวตั้งคำถามกับคุณจักรภพว่า

ผู้สื่อข่าว: “นปก.เคยเปรียบว่าถ้านายจักรภพลาออกไปจะเป็นการเสียแขน และต่อไปอาจถึงขั้นเสียหัว แต่วันนี้ทำไมเหตุการณ์ถึงเปลี่ยนแปลงไป”

คุณจักรภพได้ตอบคำถามผู้สื่อข่าวคนนั้นว่า “สามารถเปลี่ยนแปลงได้ ในอนาคตจะกลับมาเล่าให้ฟังว่า 3 วันที่ผ่านมาเกิดอะไรขึ้นบ้าง”

มาในวันนี้หากผู้เขียนมีเซ้นส์ที่ถูกต้องกับเกมแห่งอำนาจในครั้งนี้ ผู้เขียนคิดว่าพารากราฟสุดท้ายของบทความ “คดีไทย” ที่เขียนโดยคุณ “กาหลิบ” ที่ความตอนสุดท้ายระบุว่า

….พอคนที่เป็นปฏิปักษ์และกรำศึกกันมานานปีเขาเกิดจะ “เกี๊ยะเซียะ” กันขึ้นมา ก็ต้องมีการเซ่นสังเวยกันบ้าง แล้วเครื่องสังเวยใดจะเหมาะไปกว่าคนที่ดันมีอุดมการณ์และหลักการ ซึ่งเป็นคนพันธุ์ประหลาดที่ผิดแผกไปจากทั้งสองฝ่ายเล่า?….

คือความกระจ่างชัดของคำตอบที่คุณจักรภพสัญญาว่าในอนาคตจะกลับมาเล่าให้ฟังว่า 3 วันที่ผ่านมาเกิดอะไรขึ้นบ้าง

บทความ “คดีไทย” ชิ้นนี้นอกจากจะเป็นคำตอบกับ “ภาพทักษิณไหว้เปรม” ในงานศพของแม่พลเอกอนุพงษ์ เผ่าจินดาที่นำมาซึ่งการลาออกของคุณ จักรภพ เพ็ญแข ผู้ไม่ละทิ้งอุดมการณ์ประชาธิปไตยเพราะ “นายใหญ่” ท่านเอาตัวรอดยอมก้มหัวให้กับ “ผู้มีบารมีคนนั้น” ไปแล้วยังมีความหมายที่สำคัญในทางประชาธิปไตยว่ามันคือความล้มเหลวของฝ่ายประชาธิปไตยแท้ เพราะมันคือการยอมจำนนต่อ “อำนาจนอกระบบ” นั่นเอง เป็นการบ่งบอกว่า หากต้องการให้รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งอยู่รอดและปลอดจากการรัฐประหารแล้วกระบวนการประชาธิปไตยไม่สามารถแก้ปัญหาได้ด้วยตนเองต้อง “พึ่งพา” อำนาจนอกรัฐสภา อยู่ร่ำไป

เพื่อให้เกิดความเข้าใจในเกมแห่งอำนาจที่ประชาชนมิได้เป็นใหญ่ในแผ่นดินครั้งนี้ผู้อ่านสามารถย้อนกลับไปอ่านบทความจากทั้งสื่อกระแสหลักและสื่อภาคประชาชนดังต่อไปนี้ประกอบกันดู

 

แล้วลองตรองดูด้วยปัญญาของท่านเองเถิดว่า เหตุใด “ผู้ใหญ่” และพรรคพลังประชาชนจึงยอมสังเวยคนที่ไม่เอาใจออกห่างอุดมการณ์ประชาธิปไตยซึ่งได้กลายเป็นคนพันธุ์ประหลาดที่ผิดแผกไปจากทั้งสองฝ่ายอย่างคุณจักรภพ เพ็ญแขไปทั้งที่ รัฐมนตรีผู้นี้ รัฐบาลภายใต้การนำของพรรคพลังประชาชนควรจะเก็บรักษาไว้อย่างดีที่สุดเพราะ “นักการเมือง” ที่แสดงออกด้วยสัจจะวาจากล้าหาญปกป้องและยึดมั่นในอุดมการณ์ประชาธิปไตยหาได้ยากยิ่งเหลือเกินในระบบการเมืองปัจจุบัน

การเมืองไทยไม่ก้าวหน้าประชาธิปไตยถูกตัดตอนเพราะเราไม่ส่งเสริม “คนดีมีอุดมการณ์” ให้รับใช้ประชาชนอยู่นานๆนั่นเอง

การยอม “ถอย” ของรัฐบาลที่มีพรรคพลังประชาชนเป็นแกนนำโดยเซ่นสังเวย รัฐมนตรีจักรภพ เพราะได้รับแรงกดดันจาก “ผู้ใหญ่” นั้นผู้เขียนไม่ได้มองว่าเป็นการเดินหมากทางการเมืองที่ทำให้รัฐบาลอยู่เหนือฝ่ายตรงข้ามแต่อย่างใดแต่เป็นการเดินเกมการเมืองที่แพ้ทางฝ่ายตรงข้ามอย่างสิ้นเชิง เพราะการลาออก ก็เท่ากับว่า เรายอมรับว่าสิ่งที่ปชป.กล่าวหานั้น มีมูลความผิดจริงทั้งที่ข้อกล่าวหานั้นยังไม่ได้ผ่านกระบวนการยุติธรรมเลยแต่จำต้องรับผิดทางการเมืองไปแล้ว และยังเสี่ยงต่อการเสียศรัทธาจากประชาชนที่ได้มอบความไว้วางใจให้เป็นพรรคที่ยืนหยัดต่อสู้กับฝ่ายอำมาตย์เพื่อผลประโยชน์ของประชาชนอีกด้วย

สำหรับผู้เขียนแล้วในฐานะประชาชนธรรมดาคนหนึ่งที่มิได้ล่วงรู้วงในอะไรกับใครเขา มีความเห็นว่าข่าว “วงใน” หรือการวิเคราะห์ของนักคอลัมนิสต์คนดังคนไหนก็ไม่อาจให้คำตอบในเรื่อง “การสังเวยคุณจักรภพ” ได้ชัดเจนและถูกต้องเท่ากับการอ่านจากคำพูดและความคิดของเจ้าตัวซึ่งก็คือคุณจักรภพเองอีกแล้ว

บทความ “คดีไทย” ผ่านนามปากกาว่า “กาหลิบ” บทความนี้จึงเป็นคำตอบของภาพ “ทักษิณไหว้เปรม” ได้ชัดเจนที่สุดไม่ต้องไปเจาะข่าววงในที่ไหนอีกแล้ว


Leave a response

Your response:

หมวดหมู่