โดย กาหลิบ
นสพ. โลกวันนี้
ขณะนี้การแย่งตำแหน่งรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีที่คุณจักรภพ เพ็ญแข ลาออกเอาไว้มีทีท่าจะชุลมุนไม่น้อย ข่าวออกมาเป็นระลอกว่าเกิดการทุ่มเถียงกันอุตลุดว่าควรจะเป็นโควตาของภาคเหนือหรือภาคอีสานกันแน่เล่นเอาพรรคพลังประชาชนออกจะสะเทือนอยู่
ความจริงการแย่งตำแหน่งในทางการเมืองไม่ใช่เรื่องแปลกประหลาดอันใด นักการเมืองแสวงหาอำนาจรัฐอยู่แล้วเป็นปรกติ จึงไม่ควรมีหน้าไหนดัดจริตออกมาแสดงคุณธรรมอันสูงส่ง เช่นว่า “จงอย่าแก่งแย่งกันเลย เห็นแก่ประเทศชาติเถิด” เหมือนตัวเองอยู่สูงกว่าเกมอำนาจเหล่านี้ ทั้งที่ความจริงแล้วมัวเมากว่าใครเขาทั้งหมดในประเทศนี้
แต่เกมล่าสุดนี้เป็นที่น่าจับตามองว่าจะทำให้เกิดผลสุดท้ายอย่างไรกับพรรคพลังประชาชน อันเป็นพรรคที่มีจุดยืนชัดเจนที่สุดในการต่อสู้กับเผด็จการเชื้อชั่วไม่ยอมตาย ชนิดหวังกับพรรคอื่นไม่ได้เลยเงื่อนไขที่ทำให้น่าสนใจมี ๓ ประการคือ
หนึ่ง-การแย่งตำแหน่งรัฐมนตรีคราวนี้ไม่มีคุณทักษิณนั่งเป็นกรรมการกลางชัดๆเหมือนในอดีต การฟันธงใดๆอาจจะไม่สะเด็ดน้ำเหมือนเก่า
สอง-พรรคพลังประชาชนในขณะนี้อยู่ในมือของกลุ่มคุณเนวิน ชิดชอบ ยิ่งกว่าใคร ทำให้เกิดความรู้สึกลึกๆอยู่แล้วจากหลายกลุ่มภายในพรรค พ่อของคุณเนวินแท้ๆคือคุณชัย ชิดชอบ ก็เพิ่งได้ตำแหน่งสูงสุดในฝ่ายนิติบัญญัติ คือประธานสภาผู้แทนราษฎรและประธานรัฐสภาไปหมาดๆ ถ้ามาได้โควตาไปอีกหนึ่งรัฐมนตรีก็อาจจะเกิดขุ่นข้องหมองใจกันได้
สาม-ฝ่ายตรงข้ามกำลังรอเวลาเล่นงานพรรคพลังประชาชนอยู่อย่างตาไม่กะพริบ ไม่ว่าจะเป็นคดีที่นำไปสู่การยุบพรรค การใช้แก๊งข้างถนนล้มรัฐบาล หรือการใช้ทหารรับจ้างยึดอำนาจอีกก็ตาม การสร้างรอยร้าวภายในพรรคขึ้นมาอีกจึงไม่น่าจะเป็นผลดีต่อฝ่ายประชาธิปไตย นำแง่คิดเหล่านี้ไปใคร่ครวญกันให้ดีๆเถิดครับ อย่าลืมว่าฐานกำลังของพรรคพลังประชาชนมาจากภาคอีสานและภาคเหนือรวมกัน ภาคกลางและภาคตะวันตกก็ออกจะผสมผสานอยู่ ส่วนภาคใต้นั้นตัดทิ้งไปได้เลยในทางการเมือง ใครเกี่ยวข้องควรโยงประเด็นนี้เข้าไปด้วย ถ้าตำแหน่งรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีทำให้เกิดความแตกร้าวระหว่างภาคเหนือและภาคอีสาน ผลที่จะติดตามมาทันทีคือ การอ่อนกำลังลงของพรรคพลังประชาชนทั่วประเทศ การต่อสู้ในสภาจะเกิดการตั้งเงื่อนแง่หรือวางเชิงกันมากขึ้น อาจจะรับมือกับความเขี้ยวเกมของฝ่ายประชาธิปัตย์ได้ลำบาก โดยเฉพาะเมื่อเกิดความจำเป็นจะต้องแสดงพลังสนับสนุนนายกรัฐมนตรีสมัคร สุนทรเวช ผู้ไม่มีกลุ่มใดหนุนหลังอยู่ในพรรคอย่างแท้จริง หรือสนับสนุนรัฐมนตรีคนใดที่ไม่มีฐานเสียงของตนเอง การขบเหลี่ยมเช่นนี้อาจทำให้เกิดอุบัติเหตุทางการเมืองได้ทุกเมื่อ
ในยามปรกติก็จะไม่ว่าอะไร แต่ในยามหน้าสิ่วหน้าขวานเช่นนี้อุบัติเหตุของพรรคพลังประชาชนอาจหมายถึงอุบัติเหตุของระบอบประชาธิปไตยได้ครับ เผลอหกล้มลงไปเป็นโดนหมาฟัดแน่ นี่ก็ฮึ่มแฮ่กันแทบทุกวันอยู่แล้วในการให้สัมภาษณ์ มิหนำซ้ำคนในพรรคพลังประชาชนยังต้องไม่ลืมว่างานดูแลสื่อภาครัฐที่พ่วงมากับตำแหน่งนี้มีความหมายขนาดไหนต่อการปฏิรูปการเมือง หรือการแก้วิกฤตการเมืองในระยะนี้ ความวิปริตของสื่อมวลชนกระแสหลักไทยมันถึงแก่นก็เพราะคนสำคัญๆในเมืองไทยผิดเพี้ยนเป็นอันมาก ขนาดหาคนสติดีมาเป็นหลักไม่ได้เอาเลย ถ้าสื่อภาครัฐไม่ทำใจดีๆ แถมไปร่วมบ้ากับเขาด้วย บ้านเมืองอาจจะถึงขั้นกู่ไม่กลับ แย่งตำแหน่งกันไปเถอะครับ ไม่ว่าอะไรละ แต่อย่าลืมว่าประชาชนผู้ร่วมต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยมาอย่างโชกโชนเขาจับตามองอยู่ด้วยความวิตก ถ้าไม่มี “พลังประชาชน” ก็จะไม่มี “พรรคพลังประชาชน” อย่าทำให้ประชาชนเสียศรัทธาเป็นอันขาดครับ.





