อ่านข่าวนี้แล้วต้องบอกว่าสมควรแล้วที่อาเซียนจะถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าขยับตัวช่วยเหลือพม่าช้าไปอย่าไปมองแต่ว่าตะวันตกเขาจ้องจะกดดันแต่อาเซียนเลย อาเซียนควรที่จะพิจราณา ทบทวนนโยบายของตัวเองที่รับพม่าเข้ามาเป็นสมาชิกอาเซียนตั้งแต่ปี 1997 ด้วยทั้งๆที่ประชาคมโลกเขาคัดค้าน เพราะนโยบาย non-interference และ constructive engagement ที่อาเซียนถือปฎิบัติมาตลอดนั้นมันก็คือการที่คุณ “นิ่งดูดายต่อการสังหารหมู่ชาวพม่าและช่วยค้ำบัลลังค์เผด็จการของพม่าให้ยืนยาวต่อไป” นั่นเอง ……ยอมรับความจริงเสียเถอะ!!
หมายเหตุ อาเซียนประกอบด้วยกลุ่มประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้แก่ อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ ไทย บรูไน ดารุสลาม เวียตนาม ลาว พม่า และกัมพูชา
อาเซียนถกช่วยเหยื่อไซโคลนพม่าถูกจวกยับขยับตัวช่วยช้าไป
สิงคโปร์-อาเซียนเพิ่งจะเปิดประชุมช่วยพม่า ท่ามกลางเสียงสวดยับว่าช่วยเหลือประเทศสมาชิกช้าไป
รัฐมนตรีต่างประเทศจากสมาคมประชาชาติเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) จัดการประชุมขึ้นที่ประเทศสิงคโปร์ เมื่อวันจันทร์ (19 พ.ค.) เพื่อหาทางช่วยพม่าจากเหตุพายุไซโคลนนาร์กีสพัดถล่มจนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตกว่า 7 หมื่นคน ท่ามกลางเสียงวิพากษณ์วิจารณ์ว่าอาเซียนดำเนินการในเรื่องนี้ช้าไป การประชุมครั้งนี้มีขึ้นหลังจากที่เหตุภัยพิบัติในพม่าผ่านไปแล้วกว่า 2 สัปดาห์
แหล่งข่าวทางการทูตเปิดเผยว่า มีแนวโน้มที่อาเซียนจะให้คำมั่นแก่ทางการพม่าว่าจะเร่งส่งความช่วยเหลือไปให้ และเร่งฟื้นฟูอาคารบ้านเรือนที่ได้รับความเสียหาย แต่แผนการดังกล่าวจะต้องได้รับการอนุมัติจากทางพม่าซึ่งจะส่งรัฐมนตรีต่างประเทศมาเข้าร่วมประชุมด้วยเสียก่อน ขณะที่นายนพดล ปัทมะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของไทย กล่าวก่อนหน้านี้ว่า จะคุยกันเรื่องจัดตั้งกลไกภายในอาเซียนขึ้นมาช่วยเหลือสมาชิกที่ประสบหายนภัยที่คล้ายคลึงกับพม่าในอนาคต นอกจากนี้ไทยยังจะยื่นข้อเสนอให้อาเซียนประสานงานกับสหประชาชาติเพื่อช่วยพม่าด้วย
อย่างไรก็ตาม บรรดานักวิเคราะห์ทางการเมืองยังคงกังขาว่าการเจรจาครั้งนี้จะสร้างความแตกต่างได้อย่างไรหากทางการพม่ายังไม่เต็มใจที่จะรับความช่วยเหลือจากต่างชาติอยู่
เด็บบี้ สตอทฮาร์ด นักเคลื่อนไหวจากกลุ่มต่อต้านรัฐบาลทหารพม่าที่ชื่อว่า “อัลเทอร์เนทีฟ อาเซียน เน็ตเวิร์ก ออน เบอร์มา” กล่าวถึงการตอบรับต่อภัยพิบัติในพม่าของอาเซียนว่า “น่าผิดหวังเป็นอย่างยิ่ง” แม้จะยังไม่สายเกินไปที่จะเข้ามากอบกู้สถานการณ์ แต่อาเซียนจำเป็นจะต้องแสดงความเป็นผู้นำทางการเมือง และรับประกันว่ารัฐบาลพม่าจะประพฤติตัวในแบบที่เหมาะสมกว่านี้
ทางด้านฮันนาห์ รูท เจี่ย นักวิเคราะห์จากศูนย์วิจัยการเมือง ความรุนแรง และการก่อการร้ายนานาชาติในสิงคโปร์ กล่าวว่า ในการประชุมครั้งนี้ต้องมีการพูดถึงความเร่งด่วนในการส่งความช่วยเหลือให้ถึงมือผู้ประสบภัย แต่การที่อาเซียนล้มเหลวในการสร้างความเปลี่ยนแปลงที่สำคัญให้เกิดขึ้นในพม่าในช่วง 11 ปีที่ผ่านมานับตั้งแต่พม่าเข้ามาเป็นสมาชิก การประชุมครั้งนี้ก็ไม่น่าที่จะประสบผลสำเร็จ
ฮันนาห์กล่าวต่อว่า ถึงแม้อาเซียนจะมีนโยบายไม่แทรกแซงกิจการภายในของกันและกัน แต่อาเซียนก็ต้องแสดงให้เห็นว่าเต็มใจที่จะยกเว้นนโยบายดังกล่าว หากรัฐบาลชาตินั้นๆ ไม่ยอมช่วยเหลือประชาชนของตัวเอง และว่าการที่มหาอำนาจตะวันตกกำลังพิจารณาที่จะเข้ามาแทรกแซงเพื่อส่งความช่วยเหลือ ทำให้อาเซียนตกอยู่ในความเสี่ยงที่จะถูกมองว่าไร้ประสิทธิภาพหากยังไม่ยอมมีจุดยืนของตัวเอง
ที่มา: คม ชัด ลึก





