ภาพเหตุการณ์พายุไซโคลนนาร์กิสถล่มพม่า สร้างความเสียหายอย่างรุนแรง ในกรุงย่างกุ้ง และเมืองต่างๆ รอบแม่น้ำอิสวดี โดยคาดว่าจะมีผู้เสียชีวิตกว่า 100,000 ราย
โดยภาพคลิปวีดีโอข้างล่างนี้บันทึกโดยสถานีโทรทัศน์ ‘เอ็มอาร์ทีวี’ของทางการพม่า
พร้อมชมคลิปวีดีโอ ความช่วยเหลือจากไทยและอินเดียที่ส่งไปยังพม่า อย่างไรก็ตามรัฐบาลเผด็จการทหารพม่ายังพยายามกีดกันความช่วยเหลือจากชาติตะวันตกโดยเฉพาะสหรัฐอเมริกาซึ่งได้เคยประกาศคว่ำบาตรอย่างรุนแรงกับคณะรัฐบาลทหารพม่า ขณะนี้ทางการพม่ายังไม่ได้ขอความช่วยเหลือจากสหรัฐ ทำให้ประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิลยู. บุช ต้องออกมาเรียกร้องให้ผู้นำทหารพม่ารับความช่วยเหลือและอนุญาตให้สหรัฐเข้าไปช่วยเหลือในพม่าได้ ตอนนี้แม้แต่คณะทำงานช่วยเหลือบรรเทาทุกข์ของต่างชาติที่ต้องการเข้าไปช่วยเหลือพม่าก็ยังต้องเจรจากับกระทรวงการต่างประเทศของพม่าและเจ้าหน้าที่อาวุโสของพม่าเสียก่อนที่จะได้รับอนุญาตให้เข้าไปทำงานได้ เจ้าหน้าที่ของสหประชาชาติเองก็ยังต้องรอวีซ่าเข้าประเทศเช่นกัน ชาวพม่าที่ลี้ภัยอยู่ในต่างประเทศกล่าวว่า การช่วยเหลือของต่างชาติครั้งนี้ไม่ควรจะให้ช่วยเหลือผ่านทหารพม่าโดยเฉพาะการให้เงินสด แต่ควรช่วยเหลือผู้ประสบภัยโดยตรง
นี่คือธรรมชาติของรัฐบาลเผด็จการที่ต้องคำนึงถึงความมั่นคงของตนมาก่อนชีวิตประชาชน
ยอดผู้ตายจากไซโคลนพม่าอาจสูงถึง 100,000 คน
ฑูตสหรัฐฯในพม่าระบุ ยอดผู้เสียชีวิตจากพายุไซโคลนในพม่าอาจสูงถึง 100,000 คน โดยรวมผู้สูญหายกว่า 70,000 คน
สำนักข่าวซีเอ็นเอ็นรายงานว่า นางชารี วิลลาโรซ่า อุปฑูตสหรัฐฯประจำนครย่างกุ้ง เมืองหลวงเก่าของพม่า แถลงเมื่อวานนี้ตามเวลาท้องถิ่นว่า ได้รับข้อมูลซึ่งบ่งชี้ว่ายอดผู้เสียชีวิตจากพายุไซโคลน “นาร์กีส” ถล่มพม่าช่วงวันศุกร์จนถึงวันเสาร์ที่ผ่านมา อาจสูงถึง 100,000 คน ซึ่งสูงกว่ายอดที่รัฐบาลทหารพม่าประเมินไว้ถึง 5 เท่าและเป็นการคำณวนจากข้อมูลขององค์กรเอกชนแห่งหนึ่ง
นางวิลลาโรซ่ากล่าวด้วยว่าร้อยละ95 ของสิ่งก่อสร้างในแถบสามเหลี่ยมปากแม่น้ำ อิระวดี ถูกทำลาย และมีคนสูญหายไป 70,000 คนจากแถบสามเหลี่ยมปากแม่น้ำ อิระวดีซึ่งมีประชากรเกือบ 6 ล้านคน ซึ่งสูงกว่ายอดผู้สูญหาย 41,000 คนของทางรัฐบาลทหารพม่า เธอเตือนด้วยว่ายิ่งการให้ความช่วยเหลือล่าช้า จำนวนเหยื่อผู้เคราะห์ร้ายจะยิ่งเพิ่มสูงขึ้น ท่ามกลางรายงานข่าวที่ว่าเพิ่งมีความช่วยเหลือเพียงเล็กน้อยเข้าไปถึงแถบนั้น และผู้รอดชีวิตผู้หิวโหยได้บุกเข้าไปในร้านค้าที่เพิ่งกลับมาเปิดให้บริการในแถบนั้น ขณะที่สหประชาชาติเรียกร้องให้พม่าให้วีซ่าแก่เจ้าหน้าที่บรรเทาทุกข์นานาชาติ ท่ามกลางการคาดการณ์ว่า มีผู้ไร้ที่อยู่อาศัยมากถึง 1 ล้านคน และพื้นที่ 5,000 ตารางกิโลเมตรของสามเหลี่ยมปากแม่น้ำฯ ยังจมอยู่ใต้น้ำ
นางสาวกอนโดลีซซ่า ไรซ์ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ เรียกร้องเมื่อวันพุธอีกครั้งให้พม่ายอมรับความช่วยเหลือ และว่าเธอกำลังเจรจากับผู้นำชาติอื่นๆ ที่อาจช่วยเกลี้ย กล่อมให้ผู้นำพม่ายอมรับความช่วยเหลือได้ ที่ผ่านมา สหรัฐฯประกาศให้เงินบริจาคแก่พม่า 3.25 ล้านเหรียญ รวมทั้งเสนอจะส่งเรือรบของราชนาวีไปช่วยบรรเทาทุกข์หากพม่าต้องการ แต่พม่ายังไม่ตอบรับ ขณะที่นายทหารระดับสูงเปิดเผยว่า ได้ส่งเฮลิคอปเตอร์บรรทุกสินค้า 6 ลำมายังฐานทัพแห่งหนึ่งของไทยแล้ว ในระหว่างรอคำอนุญาตให้เข้าไปในพม่า
ขณะเดียวกัน “ประธานนาธิบดีสหรัฐฯ”เสนอเงินช่วยเหลือพม่าที่ประสบภัยพายุไซโคลนนาร์กีส์ จำนวน 3.25 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ผ่านทางองค์การสหประชาชนและองค์กรพัฒนาเอกชน เป็นการเร่งด่วน
โดยในวันที่ 8 พ.ค. นี้นาย เอริค จี. จอห์น เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย และ หน่วยงานด้านการพัฒนาความช่วยเหลือระหว่างประเทศ (USAID) จะแถลงข่าวร่วมกันถึงแนวทางในการให้ความช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบภัยพิบัติของประเทศพม่า หลังจากที่พายุ “นาร์กีส” ถล่มใส่ทำให้มียอดผู้เสียชีวิตหลายหมื่นคน
ขณะนี้เดียวกันมีรายงานข่าวว่า จอร์ช ดับเบิล ยู บุช ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ได้เสนอช่วยเหลือกับรัฐบาลพม่า โดยเป็นเงินของรัฐบาลสหรัฐอเมริกา จำนวน 3.25 ล้านเหรียญสหรัฐฯ โดยเงินจำนวนดังกล่าว จอร์ช ดับเบิล ยู บุช จะเสนอให้ผ่านทางองค์การระหว่างประเทศ หรือ ยูเอ็น นอกจากนี้จะยังมีอีกหลายโครงการที่สหรัฐอเมริกา และ USAID จะให้ความช่วยเหลือกับรัฐบาลพม่า แต่ก็ขึ้นอยู่กับทางการพม่าหรือไม่ที่จะมีการร้องขอเข้ามายังรัฐบาลสหรัฐอเมริกา ทั้งนี้เบื้องต้นสหรัฐอเมริกาจะให้มอบสิ่งขอเพื่อบรรเทาทุกข์ให้กับประชาชนพม่าเพื่อใช้ในการอุปโภคบริโภคก่อน
ด้านสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งของสหรัฐอเมริกา “ลอร่า บุช” ติงพม่าไม่เตือนพายุ
สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานจากกรุง ย่างกุ้งประเทศพม่าว่า หนังสือพิมพ์นิวไลท์ออฟ เมียนมาร์รายงานว่า ยอดผู้เสียชีวิตจากเหตุภัยธรรมชาติพายุไซโคลน “นาร์กีส” พัดถล่มประเทศพม่าเมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ได้เพิ่มขึ้นเป็น 15,000 ศพแล้ว สูญหายอีก 30,000 คน โดยเฉพาะที่เมืองโบกาเลย์เมืองเดียวนั้นมีผู้เสียชีวิตสูงถึง 10,000 ศพ บ้านเรือนราษฎรได้รับความเสียหายถึงร้อยละ 95 ชาวเมือง 190,000 คนส่วนใหญ่ไร้ที่อยู่อาศัย ด้านนายคะยี มินน์ ที่ปรึกษาขององค์กรบรรเทาทุกข์คริสเตียน “เวิลด์ วิชั่น” ซึ่งได้รับอนุญาตให้เข้าไปทำงานในประเทศพม่า กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ขององค์กรได้เห็นศพคนตายเกลื่อนเมื่อมองลงมาจากเฮลิคอป เตอร์ที่บินไปตรวจพื้นที่เสียหาย และบอกอีกว่า ภัยธรรมชาติครั้งนี้สร้างความเสียหายรุนแรงยิ่งกว่าภัยธรรชาติคลื่นยักษ์สึนามิพัดถล่มเมื่อปี 2547
ขณะที่ นางลอร่า บุช สุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งของสหรัฐ ได้กล่าวหารัฐบาลพม่าว่าไม่ได้ดำเนินการที่ดีพอที่จะแจ้งเตือนล่วงหน้าประชาชนให้ทราบถึงอันตรายที่กำลังจะมาถึงจากภัยธรรมชาติรุนแรงครั้งนี้ ซึ่งก็เป็นความเห็นเดียวกับทางสำนักงานลดวินาศภัยแห่งสหประชาชาติที่ออกมาแสดงความเสียใจที่พม่าไม่ยอมเตือนล่วงหน้า อย่างไรก็ตาม สถานีโทรทัศน์ของ พม่ารายงานด้วยว่า การลงประชามติเพื่อรับรองร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ตามกำหนดในวันเสาร์ที่ 10 พ.ค.ที่จะถึงนี้ยังคงดำเนินต่อไปตามแผนโดยไม่มีการเลื่อนแต่อย่างใด ยกเว้นในเขตพื้นที่ของ 47 เมืองที่ได้รับความเสียหายจากพายุไซโคลนนาร์กีสนั้น จะต้องเลื่อนออกไปลงคะแนนเสียงแสดงประชามติกันในวันเสาร์ที่ 24 พ.ค.นี้แทน
ส่วนปฏิกิริยาของนานาชาติต่อภัยธรรมชาติที่เกิดขึ้นในประเทศพม่านั้น รัฐบาลของหลายชาติในภูมิภาคเอเชียและทั่วโลกต่างก็เสนอความช่วยเหลือให้กับพม่า รวมถึงออสเตรเลียและแม้แต่สหรัฐอเมริกา ซึ่งได้เคยประกาศคว่ำบาตรอย่างรุนแรงกับคณะรัฐบาลทหารพม่า ขณะที่นายหม่อง หม่อง ฉ่วย รมว.กิจการสังคมของพม่า กล่าวว่า คณะทำงานช่วยเหลือบรรเทาทุกข์ของต่างชาติที่ต้องการเข้าไปช่วยเหลือพม่านั้น จะต้องเจรจากับกระทรวงการต่างประเทศของพม่าและเจ้าหน้าที่อาวุโสของพม่าเสียก่อนที่จะได้รับอนุญาตให้เข้าไปทำงานได้ แม้แต่เจ้าหน้าที่ของสหประชาชาติก็ต้องรอวีซ่าเข้าประเทศเช่นกัน
สำนักข่าวเอพีรายงานจากกรุงย่างกุ้งว่า วิทยุของทางการพม่ารายงานตัวเลขผู้เสียชีวิตล่าสุดจากพายุไซโคลนถล่มพม่าเมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาว่าเพิ่มขึ้นเป็น 22,464 ศพ แล้ว และยังมีผู้สูญหายอีกนับหมื่นคน ส่วนการช่วยเหลือในพื้นที่ประสบภัยโดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่สามเหลี่ยมปากแม่น้ำอิรวดีนั้นเป็นไปด้วยความยากลำบาก เนื่องจากส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ราบลุ่ม การ ติดต่อทั้งด้านเส้นทางสัญจรและสื่อสารกับโลกภายนอกเป็นไปด้วยความยากลำบาก ส่วนความ ช่วยเหลือจากต่างชาตินั้น ชุดแรกที่เดินทางไปถึงเมื่อวันอังคารที่ผ่านมานั้นมาจากประเทศไทย.
ส่วนความช่วยเหลือจากประเทศไทยนั้นหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนของไทยยังคงเดินหน้าบริจาคเงินและสิ่งของช่วยเหลือรัฐบาลพม่าและประชาชนพม่า ที่ประสบภัยจากพายุไซโคลน ‘นาร์กีส’ จนทำให้มีผู้เสียชีวตแล้วกว่า 22,000ราย สูญหายกว่า 40,000 ราย และมีผู้ไร้อาศัยที่อยู่อีกนับแสนคน ทั้งนี้ เวลา 09.30 น. วันที่ 7 พฤษภาคม นพ.ปราชญ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ร่วมจัดส่งยาและเวชภัณฑ์การแพทย์อีกจำนวนหนึ่ง รวมน้ำหนัก 30 ตัน มูลค่ากว่า 5 ล้านบาท นอกจากนี้ ยังมีเครื่องอุปโภคบริโภค เช่น ข้าวสาร อาหารแห้ง น้ำดื่มบรรจุขวด เสื้อผ้า เครื่องนุ่งห่ม จากสภากาชาดไทย อีก 12 ตัน ด้วยเครื่องบิน ซี-130 กองทัพอากาศ ไปให้การช่วยเหลือประเทศพม่า ที่กองบิน บน.6 ดอนเมือง
นพ.ปราชญ์ กล่าวว่า ระบบการสื่อสารกับกระทรวงสาธารณสุขพม่ายังใช้การได้ไม่เต็มที่ สธ.ได้จัดหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ 20 ทีม ทีมสอบสวนโรคเคลื่อนที่เร็ว 20 ทีม พร้อมเดินทางทันทีเมื่อพม่าร้องขอ และในวันที่ 8 พฤษภาคม สธ.จะจัดส่งยา เวชภัณฑ์อีก 15 ล้านตัน ไปช่วยเพิ่มเติม หลังจากนี้ไม่เกิน 10 วัน อาจเกิดโรคระบาดหนัก โดยเฉพาะโรคติดต่อระบบทางเดินอาหาร เช่น ท้องร่วง ท้องเสีย ฯลฯ จึงเตรียมช่วยเหลือเพิ่มอีก
เมื่อเวลา 15.30 น.บริเวณด้านหน้าสถานทูตพม่าในประเทศไทย นายพงษ์ วิเศษไพฑูรย์ ประธานผู้บริหารฝ่ายปฏิบัติการ บริษัทเจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัดมหาชน (ซีพีเอฟ) กล่าวว่า ซีพีเอฟช่วยเหลือส่งเครื่องอุปโภคบริโภคไปยังพม่าเป็นเงินประมาณ 650,000 บาท และเตรียมส่งเพิ่มอีก ขณะนี้รอทางการพม่าแจ้งว่าต้องการสิ่งใดเพิ่ม คาดว่าจะใช้เงินช่วยเหลือทั้งหมด 10 ล้านบาท
‘ทางซีพีเองมีฟาร์มที่ไปตั้งอยู่ในพม่าและได้รับผลกระทบจากพายุบ้างแต่ส่วนน้อย โดยส่วนเสียหายคือฟาร์ม ไก่ กุ้ง ประเมินไว้ประมาณ 10 ล้านบาท ขณะที่แรงงานที่อยู่พม่าปลอดภัยดี ขณะนี้ปัญหาหลักคือไฟฟ้าไม่สามารถเข้าถึงทำให้ไม่สามารถบูรณะพื้นที่ประสบภัยได้มากนัก’ นายพงษ์กล่าวว่า
พล.ท. (หญิง) พูนภิรมย์ ลิปตพัลลภ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า ร่วมกับหน่วยงานในสังกัดช่วยเหลือแก่พม่า โดยบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) บริจาคเงิน 500,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ รวมทั้งปริมาณน้ำมันและอุปกรณ์อื่นที่จำเป็น บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) บริจาค 200,000 ดอลลาร์สหรัฐ พร้อมน้ำมันดีเซล 100,000 ลิตร รวมทั้งวัสดุก่อสร้างและอุปกรณ์ต่างๆ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) บริจาค 200,000 ดอลลาร์สหรัฐ พร้อมเร่งส่งเจ้าหน้าที่วิศวกรกู้ระบบไฟฟ้าให้ดำเนินการได้ตามปกติ รวมถึงอุปกรณ์ติดตั้งไฟฟ้า ทำให้หน่วยงานด้านพลังงานร่วมกันช่วยเหลือพม่ามูลค่ากว่า 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
วันเดียวกัน สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานโดยอ้างสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ว่า รัฐบาลทหารพม่ามอบหมายให้รัฐมนตรีคนหนึ่งรับผิดชอบเรื่องการออกวีซ่าให้หน่วยบรรเทาทุกข์ที่จะเดินทางไปช่วยเหลือชาวพม่าที่ได้รับความเดือนร้อนจากภัยธรรมชาติพายุไซโคลนนาร์กีสพัดถล่มนครย่างกุ้ง เมืองเศรษฐกิจและเมืองใหญ่สุดของพม่า และเมืองใกล้เคียง แต่ถึงขณะนี้ทางการพม่ายังไม่ได้ออกวีซ่าให้ชาวต่างชาติที่จะเข้าไปให้ความช่วยเหลือครั้งนี้แต่อย่างใด
ขณะเดียวกันหนังสือพิมพ์นิว ไลท์ ออฟ เมียนมาร์ ของทางการพม่า ฉบับวันที่ 7 พฤษภาคม รายงานว่า รัฐบาลได้เนรเทศ นายแอนดรูว์ ฮาร์ดิ่ง ผู้สื่อข่าวบีบีซี ออกนอกประเทศทันทีที่เดินทางเข้าพม่าในวันที่ 5 พฤษภาคม โดยให้เหตุผลว่านายฮาร์ดิ่งกระทำผิดกฎหมายด้วยการเข้าประเทศเป็นนักท่องเที่ยวเพื่อรายงานข่าวความเสียหายจากพายุไซโคลน และก่อนหน้านี้นายฮาร์ดิ่งเคยเข้าพม่าเป็นนักท่องเที่ยวเพื่อรายงานข่าว ซึ่งครั้งหลังสุดช่วงที่มีการประท้วงต่อต้านรัฐบาลพม่าเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมาและรายงานข่าวเท็จ
เอเอฟพีรายงานด้วยว่า ศพของผู้เสียชีวิตเริ่มลอยน้ำให้เห็นไปทั่วและผู้ประสบภัยออกมาเปิดเผยว่าหลายพื้นที่ขาดอาหาร น้ำ และไร้ที่อยู่อาศัย การดำรงชีวิตยิงสาหัสมากขึ้นเมื่อข้าวของทุกอย่างแพงขึ้น 2 เท่าเช่นข้าว ถ่านหุงต้ม น้ำดื่ม และสินค้าอื่นๆ โดยน้ำดื่มขวดขนาด 1 ลิตรราคาขึ้นเป็น 2 เท่าโดยมาอยู่ที่ 500 จ๊าด (15 บาท) ข้าวสารที่บรรจุกระสอบตกกระสอบละ 45,000 จาต (1,240 บาท) เพิ่มขึ้น 2 เท่าจากเดิม น้ำมันหุงต้มอยู่ที่ 8,000 จ๊าด (217 บาท) ต่อ 1 กิโลกรัมจากเดิม 4,600 จ๊าด ขณะที่รายงานข่าวของสถานีโทรทัศน์ของทางการพม่ารายงานว่าเหตุการณ์กำลังเข้าสู่ภาวะปกติ
ทางด้านองค์กรบรรเทาทุกข์ระหว่างประเทศ ‘เซฟ เดอะ ชิลด์เรน’ ที่รัฐบาลพม่าอนุญาตให้เข้าไปช่วยเหลือในพม่าช่วงหลายปีที่ผ่านมา โดยนายแอนดรูว์ เกิร์กวูด ผู้อำนวจการเซฟ เดอะ ชิลด์เรน ประจำพม่าให้สัมภาษณ์สำนักข่าวเอเอฟพีจากย่างกุ้งว่า ผู้สูญหายราว 41,000 คน น่าจะเสียชีวิตทั้งหมด และเป็นที่แน่นอนแล้วว่าจะมีผู้ไร้ที่อยู่อาศัยหลายล้านคนแต่ไม่สามารถยืนยันได้ว่ากี่ล้านคน พร้อมทั้งกล่าวว่า พม่าต้องการความช่วยเหลือเร่งด่วน ขณะที่ผู้เสียชีวิตที่ทางการพม่ารายงานไว้อยู่ที่ราว 22,000 คน และสูญหายอีกราว 41,000 คน
ด้านโครงการอาหารโลกแห่งสหประชาชาติ (ดับเบิลยูเอฟพี) เปิดเผยว่า สามารถนำความช่วยเหลือไปถึงผู้ประสบภัยและไร้ที่อยู่อาศัยจากภัยธรรมชาติครั้งนี้มากถึง 1 ล้านคน แต่ยังมีชาวพม่าอีกนับล้านๆ คนรอความช่วยเหลือ เนื่องจากพื้นที่ที่ได้รับความเสียหายถูกตัดขาดจากโลกภายนอกอย่างสิ้นเชิง ทางดับเบิลยูเอฟพียังมีอาหารในสต๊อคราว 800 ล้านตัน ที่เตรียมส่งไปช่วยเหลือและกำลังจะได้รับความช่วยเหลืออีกจำนวนมากจากนานาชาติ
ขณะเดียวกันกาชาดสากลเรียกร้องขอความช่วยเหลือเงินจำนวน 6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อนำไปช่วยเหลือในพม่าและช่วงหลายวันที่ผ่านมา ได้ส่งกลุ่มอาสาสมัครราว 18,000 คนไปแจกจ่ายความช่วยเหลือในพื้นที่เสียหายมากที่สุด ข่าวระบุด้วยว่ารัฐบาลสหรัฐอเมริกาได้ประกาศเพิ่มความช่วยเหลือเป็น 3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (93 ล้านบาท) จากเดิมที่เคยประกาศไว้ที่ 250,000 ดอลลาร์ โดยจะส่งความช่วยเหลือดังกล่าวผ่านยูเอสเอด นอกจากนี้สหรัฐเตรียมเรือ 2 ลำ ที่จอดไว้ในอ่าวไทยไปช่วยเหลือทันทีที่ทางการพม่าขอความช่วยเหลือ แต่ขณะนี้ทางการพม่ายังไม่ได้ขอความช่วยเหลือจากสหรัฐ ทำให้ประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิลยู. บุช ต้องออกมาเรียกร้องให้ผู้นำทหารพม่ารับความช่วยเหลือและอนุญาตให้สหรัฐเข้าไปช่วยเหลือในพม่าได้
อย่างไรก็ตาม ทางการพม่าได้อนุญาตให้เครื่องบินบรรทุกความช่วยเหลือของยูเอ็นบินเข้าพม่าได้ โดยเครื่องบินลำแรกของยูเอ็นจากบินออกจากอิตาลีพร้อมสิ่งของช่วยเหลือ 25 ตันในวันนี้ ข่าวระบุด้วยว่ายูเอ็นประกาศให้พื้นที่ที่ได้รับความเสียหายตามที่ราบลุ่มปากแม่น้ำอิระวดีซึ่งเป็นพื้นที่ได้รับความเสียหายมากที่สุดเป็นพื้นที่ภัยวิบัติ
ขณะเดียวกันรัฐบาลออสเตรเลียประกาศความช่วยเหลือ 3 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย (87 ล้านบาท) โดยนายกรัฐมนตรีเควิน รัดด์ ของออสเตรเลียเรียกร้องให้ทางการพม่าเปิดทางให้นานาชาติเข้าไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยได้ ส่วนทางประเทศอื่นๆ ทั้งกาชาดจีน กัมพูชา อินโดนีเซีย และบังกลาเทศ ส่งความช่วยเหลือเช่นกัน แต่ส่วนใหญ่ยังไม่สามารถส่งไปถึงพม่าได้ โดยเฉพาะความช่วยเหลือจากประเทศตะวันตกเนื่องจากทางการพม่ายังไม่อนุญาตให้เข้าประเทศ
นอกจากนี้ องค์กรบรรเทาทุกข์ระหว่างประเทศหลายองค์กรก็ยังไม่ทราบว่าจะเข้าไปช่วยเหลือครั้งนี้ได้หรือไม่ ส่วนชาวพม่าที่ลี้ภัยอยู่ในต่างประเทศกล่าวว่า การช่วยเหลือของต่างชาติครั้งนี้ไม่ควรจะให้ช่วยเหลือผ่านทหารพม่าโดยเฉพาะการให้เงินสด แต่ควรช่วยเหลือผู้ประสบภัยโดยตรง
วันเดียวกัน ที่ จ.สตูล นายณัฐพล รัตนพันธ์ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติตะรุเตา กล่าวว่า กำหนดปิดรับนักท่องเที่ยว ประจำฤดูกาลท่องเที่ยวปีนี้ ตั้งแต่วันที่ 16 พฤษภาคมเป็นต้นไป เพื่อรักษาความปลอดภัยแก่นักท่องเที่ยว และทางอุทยานฯจะฟื้นฟูธรรมชาติให้กลับเข้าสู่ปกติ รวมทั้งการปรับปรุงสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ เช่น บ้านพัก ที่จอดเรือ ที่ดำน้ำดูปะการัง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะที่แรงงานพม่าตามสถานประกอบการต่างๆ 130 แห่ง ใน อ.แม่สอด จ.ตาก ร่วมกันบริจาคเงินเพื่อช่วยเหลือชาวพม่าที่ประสบภัยสถานประกอบการหลายแห่งให้เจ้าหน้าที่ใช้กล่องกระดาษเดินตามสถานที่ทำงานเพื่อเรี่ยไรเงิน ส่วนแรงงานต่างด้าวใน จ.สมุทรสาคร ต่างตื่นตระหนกกับเหตุครั้งนี้ โดยบริเวณแพกุ้ง สะพานปลา และล้งแปรรูป ต่างจับกลุ่มคุยกันด้วยความเป็นห่วงบรรดาญาติพ่อแม่พี่น้อง และหลายรายพยายามติดต่อกับญาติแต่สัญญาณโทรศัพท์มือถือไม่สามารถติดต่อได้ และมีเจ้าของสถานประกอบการบางแห่งเปิดโอกาสให้แรงงานต่างด้าวกลับไปหาญาติที่พม่าได้
เรียบเรียงจาก เดลินิวส์ มติชน และ กรุงเทพธุรกิจ ออนไลน์
Categories:





