ในที่สุดมิท รอมนีย์ อดีตผู้ว่าการรัฐแมทซาชูเสท นักการเมืองจากรัฐมิชิแกน นักธุรกิจผู้ประสพความสำเร็จดีกรีกฏหมายและธุรกิจจจากฮาวาร์ดก็ขึ้นแท่นรับเหรียญทองที่มิชิแกนเรียบร้อยแล้ว เรียกว่าชนะแบบใสๆค่ะวันนี้สำหรับรอมนีย์
ซึ่งโพลล์ที่ออกมาก่อนหน้านี้ ก็ชี้ว่ารอมนีย์มีคะแนนนำแมคเคนแต่ไม่มาก แต่ผลการหยั่งเสียงในวันนี้ก็บ่งบอกว่ารอมนีย์ชนะแม็คเคนแบบทิ้งห่างพอประมาณ (รอมนีย์ 39 %, แม็คเคน 30 %) ไม่สูสีแบบหายใจรดต้นคอ
มิท รอมนีย์ เป็นชาวมิชิแกนโดยกำเนิด เขาเติบโตที่เมืองดีทร้อยและพ่อของเขาก็เป็นอดีตผู้ว่าการรัฐมิชิแกน 3 เทอม แต่ปัจจัยตรงนี้ไม่ได้ช่วยทำให้เขาชนะ รอมนีย์เอาชนะแมคเคนได้เพราะคนในรัฐมิชิแกนห่วงปัญหาเรื่อง “เศรษฐกิจ” เป็นหลัก (คิดเป็น 44%) โดยเฉพาะในส่วนของอุตสาหกรรมรถยนต์เพราะรัฐมิชิแกนมีอัตราคนว่างงานสูงที่สุดในอเมริการัฐหนึ่ง
เมื่อพูดถึงเรื่องเศรษฐกิจ รอมนีย์ อดีตซีอีโอผู้ประสพความสำเร็จในเชิงธุรกิจอย่างหาตัวจับยากคนหนึ่งสามารถสะกดผู้ลงคะแนนเสียงให้เลือกเขาได้มากกว่าแม็คเคนอย่างไม่ยากเย็นนักช่วงระหว่างหาเสียงรอมนีย์ ประกาศว่า เขาจะฟื้นฟูอุตสาหกรรมยานยนต์ในรัฐมิชิแกนเป็นลำดับต้น ๆ หากได้รับเลือกเป็นประธานาธิบดี
ส่วนจุดแข็งของแม็คเคนคือเรื่องความมั่นคงแห่งชาติและการเสนอตัวเป็น “commander in chief on day one.” ให้กับผู้ฟังแต่แม็คเคนมีโอกาสได้รับเลือกให้เป็นตัวแทนพรรคลงชิงตำแหน่งประธานาธิบดีน้อยหากเขาให้ความสำคัญกับประเด็นเศรษฐกิจน้อย
แมคเคนมีปัญหาอยู่สองจุดเมื่อพูดถึงประเด็นด้านเศรษฐกิจ อันแรก เขาตอกย้ำความเชื่อมั่นของงตัวเองว่าการที่เขาโหวตต่อต้านนโยบายลดภาษีของบุช (Bush tax cuts) เมื่อปี 2001 และ 03 นั้นไม่ใช่เรื่องที่ผิดพลาด เมื่อเขาพูดว่าชาวคอนเซอร์เวทีฟไม่ชอบนโยบายลดภาษีของบุช อันที่สอง เขาบอกว่าเขาพร้อมสำหรับ bipartisan commission ในการจัดการกับประเด็นเรื่อง การสร้างความมั่นคงทางการเงินให้แก่ระบบประกันสังคม
นโยบายการหาเสียงตรงนี้ของแม็คเคนไม่อาจเอาชนะใจชาวอนุรักษ์นิยมอเมริกันได้เพราะชาว Conservatives มองว่า bipartisan commission เป็นการบังคับให้ชาวรีพลับลิกันต้องเสียภาษีเพิ่มมากขึ้นในที่สุด ธรรมชาติของชาว Conservatives นั้นเกลียด Big government และ นโยบายเพิ่มภาษี มาทุกยุคทุกสมัย หากมองดูตัวเลขของผู้ลงคะแนนให้กับรอมนีย์และแม็คเคนแล้วจะพบว่า ในบรรดาผู้ลงคะแนนที่ไม่สังกัดพรรคใดเลยจะเทคะแนนเสียงให้กับแม็คเคนมากกว่ารอมนีย์ แต่ รอมนีย์มีคะแนนเหนือกว่าแม็คเคนในส่วนของผู้ลงคะแนนที่สังกัดพรรครีพลับลิกัน
หรือการที่แม็คเคนหันไปพูดเรื่องการต่อต้านการขุดเจาะน้ำมันใน ANWR และ ประเด็นเรื่องโลกร้อนซึ่งทั้งสองประเด็นนี้เป็นประเด็นที่พรรคเดโมแครตใช้มาเป็นประเด็นทางการเมือง(มากกว่าที่จะใส่ใจจริงๆ)มุ่งโจมตีรัฐบาลบุชและรีพลับลิกันอยู่เสมอทำให้ conservative Republicans โกรธเป็นอย่างมาก แม็คเคนเสียรังวัดเรื่องนี้ไปไม่น้อย
หากแม็คเคนต้องการดึงเสียง conservative Republicans กลับมาในประเด็นเศรษฐกิจเขาต้องเน้นเรื่อง Free trade และ supply-side tax cuts ให้มากกว่านี้เป็นพิเศษ ในขณะที่รอมนีย์เองก็ยังไม่ขยับในเรื่องนี้
เมื่อวานนี้ทั้ง Michigan Democrats และ Republicans เป็นเจ้าบ้านในการลงคะแนนหยั่งเสียงขั้นต้นในแบบไพรมารี การเลือกหยั่งคะแนนเสียงเบื้องต้นแบบไพรมารีที่มิชิแกนเมื่อวันที่ 15 มกราคมนี้เป็นแบบ open ที่ผู้มีสิทธิลงคะแนนเสียงที่สังกัดพรรคต่างก็สามารถลงคะแนนเสียงให้กับผู้สมัครจากพรรคใดก็ได้ ไม่สำคัญว่าผู้ลงคะแนนจะสังกัดพรรคเดโมแครตหรือรีพลับลิกัน และผู้มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้ง(ผู้ลงคะแนน) ที่ไม่ได้ลงทะเบียนกับพรรคหนึ่งพรรคใดก่อนการหยั่งเสียง ผู้ลงคะแนนเหล่านี้สามารถเลือกที่จะลงคะแนนแบบไพรมารี่ให้กับพรรคใดก็ได้ในวันหย่อนบัตร
และเนื่องจากธรรมชาติของระบบการหยั่งเสียงขั้นต้นในแบบไพรมารีแบบเปิด(open) นั้นเปิดโอกาสให้มีการโจมตีพรรคคู่แข่งได้ เป็นต้นว่า สมาชิกของพรรคเดโมแครตอาจโหวตให้กับผู้สมัครที่ดูอ่อนที่สุดจากพรรครีพลับลิกัน หรือ สมาชิกของพรรครีพลับลิกันอาจโหวตให้กับผู้สมัครที่ดูอ่อนที่สุดจากพรรคเดโมแครตได้เพื่อให้พรรคของตัวเองเกิดความได้เปรียบในการเลือกตั้งประธานาธิบดี กรณีนี้ Independent voters ผู้ลงคะแนนที่ไม่สังกัดพรรคใดจึงถือว่าเป็นตัวแปรที่สำคัญมากในการหยั่งเสียงเบื้องต้นในแบบไพรมารีแบบเปิด
ก่อนหน้าที่จะมีการหยั่งเสียง ด้านฝ่ายผู้สนับสนุนแมคเคนให้ข้อสังเกตุว่ามี crossover vote (ผู้ที่โหวตข้ามพรรค) มากเป็นประวัติการณ์ในวันนี้พวกเขาคิดว่า crossover vote เหล่านี้จะเทคะแนนเสียงให้กับมิท รอมนีย์
แต่คณะที่ปรึกษาของแมคเคนเชื่อมั่นว่าแมคเคนจะเป็นฝ่ายได้รับชัยชนะในคืนนี้ ขณะที่คณะที่ปรึกษาของรอมนีย์ที่ค่อนข้างจะคาดการณ์ได้อย่างแม่นยำจากที่เคยทำนายไว้ว่า Huckabee จะได้รับการชูมือในคอนเซอร์เวทีฟ สเตทอย่างไอโอวาและมีประสบการณ์ทำงานในรัฐมิชิแกนมาก่อนค่อนข้างมาก พวกเขาเชื่อว่า มิท รอมนีย์จะเป็นฝ่ายได้รับการชูมือมีชัยเหนือแมคเคน
อย่างไรก็ตามการหยั่งเสียงขั้นต้นแบบไพรมารี่แบบ open ที่มิชิแกนครั้งนี้มีทฤษฎีเกี่ยวกับ crossover vote ที่น่าสนใจคือ ถ้าผู้ลงคะแนนเสียงสังกัดพรรคเดโมแครตเห็นว่า ผู้สมัครภายในพรรคของตนอย่างฮิลลารี่และคนอื่นๆไม่น่าสนใจเท่าไหร่คืนนี้เพราะมีแต่หยิบยกเรื่องเพศ เรื่องผิวสี ตามสไตล์เดโมแครตและหันมาโหวตให้กับผู้สมัครจากพรรครีพลับลิกันแทนเพราะเห็นว่าแมคเคนและรอมนีย์นำเสนอนโยบายได้น่าสนใจกว่า ก็จะมีผลต่อคะแนนของผู้สมัครจากพรรครีพลับลิกันเป็นอย่างมาก ดังนั้นตัวแปรที่จะเป็นผู้ตัดสินว่าผู้สมัครจากรีพลับลิกันคนใดจะเข้าวินที่มิชิแกนจึงขึ้นอยู่กับ Democrats และ independents ไม่น้อยเลยทีเดียว อีกทั้งจอห์น แมคเคนเคยเอาชนะอดีตผู้ว่าการรัฐเท็คซัส ประธานาธิบดี จอร์จ ดับเบิ้ลยู บุชที่มิชิแกนเมื่อ 8 ปีที่แล้วโดยเขาโน้มน้าวให้ Democrats และ independents เลือกเขาใน GOP primary จึงไม่แปลกเลยที่โพลล์สำรวจของเอบีซี นิวส์ และวอชิงตัน โพสต์ สองสำนักข่าวสายเสรีนิยมจะยกให้แม็คเคนมีคะแนนนำรอมนีย์ที่มิชิแกน
Michigan’s open primary คืนวานนี้ความน่าสนใจจึงถูกโฟกัสอยู่ที่การสรรหาตัวแทนภายในพรรครีพลับลิกัน
การที่รอมนีย์สามารถเอาชนะการหยั่งเสียงขั้นต้นในแบบไพรมารีที่มิชิแกนคืนนี้ได้ ทำให้เขามีโอกาสที่จะกลับมาล่าชัยชนะต่อ แต่การพ่ายแพ้ของแม็คเคนที่สนามมิชิแกนนี้ สนามที่เขาเคยมีชัยชนะเหนือบุชอย่างเด็ดขาดเมื่อ 8 ปีที่แล้ว ก็ไม่ได้ทำให้เขาเสียหายมากเท่าไหร่ อีกทั้งชัยชนะในครั้งนี้ของรอมนีย์ก็ยังไม่ได้ทำให้เขากลายเป็นผู้สมัครตัวเต็งได้เด่นชัดนักเพราะยังมีอีกหลายสนามที่หลือ
แต่ชัยชนะในครั้งนี้ของรอมนีย์จะทำให้เขาไม่เหนื่อยมากนักในการปะทะกับแม็คเคนและฮัคคาบีที่ South Carolina ทำให้การหยั่งเสียงขั้นต้นที่เซาท์ แคโรไลนาในอีก 4 วันข้างหน้าจะน่าดูมากยิ่งขึ้นสำหรับการสรรหาผู้แทนภายในพรรครีพลับลิกันเพื่อลงชิงเก้าอี้ประธานาธิบดีสหรัฐในเดือน พ.ย.
เมื่อเทียบกับการหยั่งเสียงขั้นต้นแบบไพรมารี่ในอีก 10 วันข้างหน้าที่ฟลอริด้า ดูเหมือนรอมนีย์จะมุ่งให้ความสำคัญกับชัยชนะใน Florida primary ในวันที่ 29 มกราคมนี้มากกว่า อย่างไรก็ตามหากเขาจบการหยั่งเสียงที่ South Carolina ไม่อยู่ใน 3 ลำดับแรก เขาก็อาจตกที่นั่งลำบากโดยเฉพาะกับบรรดาสื่อสารมวลชนที่ไม่ค่อยจะชอบเขานักและมักจะล้อเลียนเขาอยู่เสมอ ซึ่งผิดกับแม็คเคนที่สื่อส่วนใหญ่จะเอ็นดูเขามากกว่า
สำหรับผู้เขียนแล้วขอลุ้นอดีตผู้ว่าการรัฐแมทซาชูเสท มิท รอมนีย์ คนนี้เดินเข้าสู่ White house ในวันที่ 4 พฤศจิกายนนี้แทนประธานาธิบดี บุชต่อไปค่ะ…เพื่อสานต่อนโยบายการสร้างประชาธิปไตยในอิรัคและกระตุ้นเศรษฐกิจอเมริกา…






