Posted by: Jess | มกราคม 1, 2009

Auld Lang Syne(The Good Old days) – A Very Happy New Year 2009!

newyear09

truthtoday-rajchamangkala

Auld Lang Syne(The Good Old days)

Should auld acquaintance be forgot
and never brought to mind?
Should auld acquaintance be forgot
and days of auld lang syne?

For auld lang syne, my dear,
for auld lang syne,
we’ll take a cup of kindness yet,
for auld lang syne.

Should auld acquaintance be forgot
and never brought to mind?
Should auld acquaintance be forgot
and days of auld lang syne?

And here’s a hand, my trusty friend
And gie’s a hand o’ thine
We’ll tak’ a cup o’ kindness yet
For auld lang syne

วันคืนเก่าๆ ที่ผ่านไปแล้วเนิ่นนาน

ควรฤๅความคุ้นเคยเก่าจักถูกเราลืมจงสิ้น
มิยอมให้ใจจงจินต์ ผันผินรำลึกฤๅไร

ควรฤๅความคุ้นเคยเก่าจักถูกเราลืมลงได้
พร้อมกาลที่ผ่านพ้นไป ควรฤๅที่ใครจักลืม…

สำหรับวันคืนเก่าๆ ที่ผ่านไปแล้วเนิ่นนาน, มิตรสหายที่รัก
สำหรับวันคืนเก่าๆ ที่ผ่านไปแล้วเนิ่นนาน

เราจะดื่มเพื่อไมตรีจิตสำหรับวันคืนเก่าๆ ที่ผ่านไปแล้วเนิ่นนาน…

เนื่องในวาระดิถีขึ้นปีใหม่นี้ ขอความสุข สวัสดี จงมีแด่คุณผู้อ่านทุกท่าน
และขอเสียงแห่งเสรีภาพและประชาธิปไตยจงดังยาวนานกึกก้องต่อไปในใจเสรีชน
:D

Jess :D

Posted by: Jess | ธันวาคม 31, 2008

ส่งท้ายข่าวฮา 2551: 5555 :)

ปี หนูไฟจะก้าวผ่านพ้นไป ทิ้งความวุ่นวายไว้เบื้องหลัง ตั้งแต่ต้นปียันท้ายปี สังคมไทยเจอะเจอสารพัดเรื่องราวในชีวิตทั้งสุขๆ เศร้าๆ คละเคล้ากันไป แต่ความเฮฮา รื่นรมย์ บันเทิงใจ ทะลักล้นความสุขตามสไตล์ไทยแท้ยังไม่จางหาย เพราะยังมีเกร็ดขำขัน เพิ่มความกระชุ่มกระชวย โดย “ฤทธิ์ ศิษย์ซูม” แห่งสำนักข่าวฮา รับอาสานำความสำราญใจ มาให้ทัศนากันตามสะดวกเช่นเดิม

ใส่สูทขายขนม

(อ่านข่าวชิ้นนี้แล้วมีสองอารมณ์ ทั้งหัวเราะน้ำตาเล็ดในไอเดียกิ๊บเก๋ของหนุ่มจากที่ราบสูงผู้นี้ที่ไม่ยอมแพ้ต่อโชคชตาแต่อีกมุมหนึ่งก็สงสารเขาจับจิตทีขยันทำมาหากินโดยสุจริตโดยไม่ขอเบียดเบียนใครแต่กลับได้รับผลกระทบจากการกระทำของกลุ่มพันธมิตรฯ )

รอบ ปีที่ผ่านมา เศรษฐกิจทรุด คนทำมาหากินต้องงัดกลยุทธ์สารพัดรูปแบบ ประคองชีวิตให้รอด ไม่เว้นแม้แต่ นายบุญมี ใหมพรหม หนุ่มใหญ่จากที่ ราบสูง ผุดไอเดียเก๋ เสริมหล่อเฉพาะตัว ไว้ผมทรงเอลวิส เพรสลีย์ สวมสูท ผูกเนกไท สวมรองเท้าหนังขัดมันเหลือ รับประทาน เดินเร่หาบขนมขาย ย่านเอกมัย เขตวัฒนา กรุงเทพฯ ผู้สื่อข่าวสำนักข่าวฮาทราบข่าว รีบไปดักรอซื้อขนมตั้งแต่ไก่โห่ พบเอลวิส เพรสลีย์ ตัวปลอมกำลังง่วนกับการขายขนมภายในหาบ เพียงอึดใจก็ขายหมดเกลี้ยง หลังจัดแจงวางหาบ นายบุญมีเจ้าของไอเดียกระฉูดเล่าว่า ทำงานมาทุกชนิด แต่ชีวิตไม่ดีขึ้น ตัดสินใจเข้าเมืองกรุงมาเสี่ยงโชค อาศัยมีฝีมือทำขนม จึงลองทำขายตามแคมป์งานก่อสร้างและออฟฟิศย่านสุขุมวิท วันหนึ่งเห็นพนักงานออฟฟิศใส่สูทผูกไททำงาน เลยเกิดไอเดียกระฉูด ลงทุนไว้ผมทรงเอลวิส เพรสลีย์ ซื้อสูท กางเกง เนกไท รองเท้าหนัง แปลงโฉมเป็นหาบเร่ใส่สูท กลายเป็นโลโก้ประจำตัว จนลูกค้าติดตรึม รายได้พุ่งพรวด ทุกวันนี้ เจ้าตัวยืนยันจะแต่งเท่แบบนี้ จนกว่าลูกค้าเบื่อกันไปข้างหนึ่ง.

ตีนแมวขี้เซา

ตีน แมวดวงซวย ก่อคดีฮารับหน้าร้อน ย่องเบาเข้าไปลักทรัพย์ห้องนอนลูกสาวเจ้า�ของบ้าน ดันเจอเตียงนอนนุ่มสะอาด ประกอบกับอดนอนมาทั้งคืน กะงีบเอาแรงก่อนหอบทรัพย์สินเผ่นหนี แต่เผลอหลับยาวถึงเช้า ลูกเจ้าของบ้านตื่นมาเห็นเข้า เลยเรียกชาวบ้านรุมจับส่งเข้าซังเต คดีขำขันปนระทมทุกข์ รายนี้ตำรวจรับแจ้งจากนายประเวช เพ็ญสวัสดิ์ ชาว จ.นครศรีธรรมราช ว่า จับตีนแมวคือพลทหารชาญชัย พันธรักษ์ พร้อมอุปกรณ์ งัดแงะและทรัพย์สินจำนวนหนึ่ง จากการสอบ สวนพลทหารขี้เซารับสารภาพว่า ปีนขึ้นบ้านเจ้าทุกข์เข้าไปรื้อค้นทรัพย์สิน ระหว่างนั้นเจอเตียงนุ่มๆ จึงเผลองีบหลับยาวถึงเช้า รู้ตัวอีกทีดันถูกชาวบ้านจับมัดเสียแล้ว ซึ่งจากประวัติอาชญากรยังพบว่าก่อคดีลักทรัพย์ มากว่า 10 คดี งานนี้ตีนแมวขี้เซาคอตกจำนนด้วยหลักฐาน ถูกส่งตัวไปงีบต่อในคุกอีกหลายปี.
อ่านต่อ…

ลำดับเหตุการณ์มวลชนเสื้อแดงแสดงพลังไม่ยอมรับ’รัฐบาลเทพประทาน’ตั้งแต่วันที่ 28-30 ธันวาคม 2551

(เอื้อเฟื้อวีดีโอคลิปโดย สำนักข่าว CBN press)

และต่อไปนี้เป็นภาพเหตุการณ์หน้ารัฐสภาคุณแม่นักสู้เพื่อประชาธิปไตยรับไม่ได้กับการทำหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ

เป็นภาพเหตุการณ์ที่คุณแม่ท่านหนึ่งได้อุ้มลูกเพื่อไปช่วยเพื่อนชาวคนเสื้อแดงต้านการผลักดันของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่กำลังจะสลายการชุมนุมที่หน้าทำเนียบรัฐบาล

หลังจากตำรวจจะสลายการชุมนุมกลุ่มเสื้อแดงเมื่อช่วงเช้าคุณแม่ได้อุ้มลูกน้อยเดินเข้าไปสมทบกับประชาชนที่กำลังจะผลักดันเจ้าหน้าที่ตำรวจ และคุณแม่ท่านนี้ได้เดินเข้าไปเกือบจะถึงหน้าประตูเหล็ก คุณณัฐวุฒิเห็นเข้าจึงขอร้องคุณแม่ที่อุ้มลูกน้อยท่านนี้ให้กลับออกมาจากบริเวณที่จะ เกิดอันตราย หลักจากพูดอยู่พักหนึ่งและประชาชนได้ขอร้องให้ออกจากบริเวณคุณแม่ท่านนี้จึงกลับออกมาพร้อมลูกน้อยและบ่นตลอดว่า “เรารับไม่ได้ เรารับไม่ได้ ตำรวจไม่เป็นธรรม”

นี่คือสิ่งที่คนเสื้อแดงผู้รักประชาธิปไตยได้ถูกกระทำมาตลอดหลายปีและไม่เคยได้รับความเป็นธรรมใดๆเลยในสังคมเมืองไทยขณะเดียวกันกับให้ความสะดวกสบายกับกลุ่มพันธมิตรฯแต่นี่คือสิ่งที่คนเสื้อแดงได้อดทนมาจนถึงที่สุดแล้วและจะไม่ทนอีกต่อไป

วีดีโอและคำบอกเล่าจากคุณ พิชิตมาร ประชาไทเว็บบอร์ด

หมายเหตุ: เป็นการแถลงนโยบายต่อรัฐสภา ของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ในวันนี้ (30 ธ.ค.) เวลา 11.30 น. ที่ กระทรวงการต่างประเทศ

ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ

ตามที่ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้กระผมเป็นนายกรัฐมนตรี ตามประกาศพระบรมราชโองการ ลงวันที่ 17 ธันวาคม พุทธศักราช 2551 และแต่งตั้งคณะรัฐมนตรีตามประกาศพระบรมราชโองการ ลงวันที่ 20 ธันวาคม พุทธศักราช 2551 นั้น

บัด นี้ คณะรัฐมนตรีได้กำหนดนโยบายการบริหารราชการแผ่นดินเรียบร้อยแล้ว โดยยึดมั่นในการปกครองระบอบประชาธิปไตยในระบบรัฐสภาอันมีพระมหากษัตริย์ทรง เป็นประมุข และครอบคลุมถึงแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐตามบทบัญญัติในหมวด 5 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย คณะรัฐมนตรีจึงขอแถลงนโยบายดังกล่าวต่อที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภาเพื่อให้ ทราบถึงแนวทางการบริหารราชการแผ่นดินที่รัฐบาล จะดำเนินการเพื่อนำสังคมไทยกลับคืนสู่ความสมัครสมานสามัคคี เอื้ออาทร และคนไทยมีความสุขถ้วนหน้า พร้อมทั้งนำประเทศไทยให้ผ่านพ้นวิกฤตเศรษฐกิจครั้งสำคัญ เพื่อให้สามารถพัฒนาต่อไปได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน

ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ

รัฐบาล นี้เข้าบริหารประเทศในช่วงที่สังคมไทยมีความขัดแย้งและมีความแตกแยก เนื่องจากมีความเห็นที่แตกต่างกันในเรื่องการเมืองและการบริหารประเทศ ความขัดแย้งดังกล่าวระหว่างกลุ่มประชาชนได้ทวีความรุนแรงขึ้น จนส่งผลให้การบริหารบ้านเมืองในช่วงที่ผ่านมาขาดความก้าวหน้าในการพัฒนา ประเทศในเรื่องต่าง ๆ ที่มีความสำคัญเร่งด่วน และมีผลกระทบต่อความอยู่ดีมีสุขของประชาชน ความขัดแย้งดังกล่าวเป็นจุดอ่อนของประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงปัจจุบันที่เศรษฐกิจโลกได้เข้าสู่ภาวะวิกฤตที่มี ความรุนแรงมากที่สุดในรอบศตวรรษ
อ่านต่อ…

คนละหมัด [29 ธ.ค. 51 - 14:25]

นายเสนาะ เทียนทอง: “ไม่อยากวิจารณ์รัฐบาลชุดใหม่ แต่บอกคำเดียวว่าเป็นรัฐบาลที่ไปปล้นเขามา ปล้นกลางอากาศ หรือไฮแจ๊คโดยไม่เกรงใจประชาชน เป็นยุคที่บ้านเมืองตกต่ำสุดๆ”.

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ: “การตั้งรัฐบาลครั้งนี้ไม่ได้เป็นการปล้นกลางอากาศ หรือไฮแจ๊ค แต่เป็นเรื่องของเสียงข้างมากในสภาฯและการเลือกนายกฯก็เป็นการลงคะแนน อย่างเปิดเผย”.

จริงๆแล้วประเทศนี้นับตั้งแต่ปี2475 หรือก่อนหน้าปี 2475 มันไม่เคยมีสิ่งที่เรียกว่าประชาธิปไตยเลยแต่ทว่ามันมีอยู่เพียงยุคเดียวที่ใกล้เคียงกับคำว่าประชาธิปไตยนั่นคือในยุคของทักษิณ ตาสว่างกันได้แล้วนี่ถ้าวารสารฟอร์บส์ไม่ได้รายงานเรื่องการจัดอันดับมหาเศรษฐีของประเทศนี้ รวมทั้งอันดับความร่ำรวยของเหล่าบรรดากษัตริย์ทั้งโลกใบนี้ ดวงตาของประชาชนย่อมไม่เห็นธรรม ประเทศนี้ที่เป็นประเทศด้อยพัฒนาหรือจะพูดให้สวยหรูว่าเป็นประเทศกำลังพัฒนาแต่ปรากฏว่าทรัพยากรหรือผลิตภัณท์รวมที่เรียกว่า จีดีพี ของประเทศนั้นพบว่าราว 33% ตกอยู่ในกำมือของคนเพียงราว 800 คนเท่านั้นนั่นคือคน 40+1 ครอบครัวส่วนอีก 67% จึงเป็นของพลเมืองไทยราว 64 ล้านคนที่เอาไปแบ่งกัน

ความจริงที่สุดโหดร้ายนี้มันปฏิเสธไม่ได้และมันเป็นคำตอบในคำถามทั้งหมดที่ดันแคนและกำพลเจ้าของบทความที่ตั้งคำถามแต่ประชาชนไทยบางส่วนอาจแกล้งทำตาบอดหรือจงใจตาบอดไม่ยอมรับความจริง ความจริงที่จำเป็นที่จะต้องแก้ไขหรือแก้ปัญหาประเทศที่เป็นประชาธิปไตยอย่างแท้จริงนั้นย่อมไม่ยอมที่จะให้เกิดความแตกต่างทางด้านเศรษฐสถานะและคุณภาพชีวิตที่แตกต่างกันราวฟ้ากับเหวดังที่เกิดขึ้นในประเทศนี้ได้

ปัญหาที่สำคัญอีกข้อหนึ่งที่ดันแคนและกำพลอาจมองข้ามไปทั้งๆที่มันสำคัญมากนั่นคือ การที่ชนชั้นนำนอกจากที่จะไม่ต้องการประชาธิปไตยแล้วพวกเขายังเป็นพวกที่ชอบที่แต่จะรับชอบและไม่เคยที่จะรับผิดนั่นคือการลอยตัวเหนือปัญหาและปฏิเสธการรับผิดชอบหรือแสดงความรับผิดชอบใดๆทั้งสิ้นและมันได้กลายมาเป็นตัวอย่างให้ผู้อื่นเลียนแบบ ต้องถือว่าเป็นสิ่งที่ผิดปรกติอย่างยิ่งถ้าหากยังมีผู้ที่อยู่เหนือกฏหมายหรืออยู่เหนือรัฐธรรมนูญในระบอบประชาธิปไตยแล้วยังอ้างว่าตนเองเป็นประชาธิปไตย

มันเป็นเรื่องที่ประหลาดอย่างยิ่งที่ทหารหรือข้าราชการบางคนอ้างว่าเป็นทหารหรือข้าราชการของพระราชาทั้งๆที่เขาเหล่านั้นต่างกินเงินเดือน หรือรับงบประมาณที่มาจากภาษีอากรที่เก็บจากประชาชนทั้งสิ้น

ทำไมมันถึงไม่มีทหารหรือไม่มีข้าราชการของประชาชนบ้างทั้งๆที่ใน ระบอบประชาธิปไตยนั้นมันก็บอกอยู่แล้วว่ารัฐบาลโดยประชาชนของประชาชนและเพื่อประชาชนระบอบประชาธิปไตยนั้นมันเป็นสากลหรือยูนิเวอร์แซล มันไม่ใช่เป็นของเฉพาะยุโรปอเมริกาแต่ก็เป็นของเอเซีย ” — คุณ คนไทยคนที่2

เมื่อชนชั้นนำไม่ต้องการประชาธิปไตย

กำพล จำปาพันธ์

ก่อนเกิดรัฐประหารวันที่ ๑๙ กันยายน พ.ศ.๒๕๔๙ เพียงไม่นาน ศาสตราจารย์ดันแคน แมคคาร์โก (Duncan McCargo) นักวิชาการด้านรัฐศาสตร์ สาขาการเมืองในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มหาวิทยาลัยลีดส์ ประเทศอังกฤษ เสนอความเห็นไว้ในบทความ “Network monarchy and legitimacy crises in Thailand.” (ตีพิมพ์ใน The Pacific Review. 18, 4 (December 2005): pp.499-519.) ว่าแนวคิดและวิธีอธิบายแบบเดิมที่ใช้กันมาอย่างกว้างขวาง เช่น แนวคิดว่าด้วยระบบรัฐราชการ, กษัตริย์ ใต้รัฐธรรมนูญ, ประชาธิปไตยในช่วงเปลี่ยนผ่าน และการปฏิรูปการเมือง ล้วนแต่ล้มเหลวในการอธิบายการเมืองไทยร่วมสมัย ตรงกันข้าม การเมืองไทยปัจจุบันสามารถทำความเข้าใจได้อย่างดีด้วยมุมมองแบบ “เครือข่ายทางการเมือง” ของชนชั้นนำที่มีบทบาทอย่างสูงในช่วงระหว่างพ.ศ.๒๕๑๖-๒๕๔๔ โดยมีศูนย์กลางอยู่ในพระราชวัง ซึ่งแมคคาร์โกนิยามว่า “เครือข่ายราชสำนัก” (Network monarchy)
อ่านต่อ…

คนขายก๋วยเตียวคิดถึงท่านอดีตนายกฯทักษิน อดีตนายกรัฐมนตรีไทยที่เสริมอำนาจให้กับประชาชนชาวรากหญ้า อดีตนายกรัฐมนตรีที่ทำให้ชาวรากหญ้าตระหนักในอำนาจการต่อรองทางการเมืองของตนเองเป็นครั้งแรก แม้ในวันนี้โอกาสที่ท่านอดีตนายกฯทักษิณจะกลับคืนประเทศไทยนั้นมีน้อยมากหรือแทบไม่มีแล้วก็ตามเพราะท่านอดีตนายกฯทักษิณมีแต่ “ประชาชนชาวเสื้อแดง” มือเปล่าแต่รักในประชาธิปไตยเท่านั้นที่เป็นอาวุธสำคัญที่สุดหาได้มีทหารและศาลเป็นแขน ขาให้เหมือนกับอำนาจนอกระบบ แต่ท่านอดีตนายกทักษิณก็ได้กลายเป็นสัญญลักษณ์แห่งการต่อสู้ของฝ่ายประชาธิปไตยไปเสียแล้วเพราะการสู้โดยชูภาพของอดีตนายกฯทักษิณเป็นธงนำนั่นหมายความว่าคุณสู้เพื่อทวงคืนความยุติธรรมและประชาธิปไตยคืนสู่สังคมไทยด้วย เพราะอดีตนายกฯทักษิณคือภาพของผู้ตกเป็นเหยื่อของอำนาจที่ไม่ชอบธรรมนั่นเอง

บทสัมภาษณ์ “คนขายก๋วยเตียวคิดถึงทักษิน” นี้นับเป็นบทพิสูจน์หนึ่งที่สะท้อนถึงคำพูดของท่านอดีตนายกฯทักษิณที่ให้สัมภาษณ์กับทางนิตยสารอาระเบียน บีสเนสเมื่อเร็วๆนี้ว่า

I regret the result, but not what I have done. You see, I love the Thai people.

“ผมเสียใจในผลที่เกิดขึ้นแต่ไม่ใช่ในสิ่งที่ผมได้ลงมือทำไปแล้ว ทีนี้คุณเข้าใจแล้วใช่ไหมว่าผมรักคนไทยแค่ไหน“  ได้เด่นชัดที่สุด

ดังนั้นหากวิเคราะห์การเมืองตามสถานการณ์ความเป็นจริงที่เกิดขึ้น “ในชั่วโมงนี้ ตอนนี้” ที่เป็นอยู่หนทางเดียวที่ท่านอดีตนายกฯทักษิณจะกลับมาได้ก็คือ “ผู้นำจิตวิญญาณของอำนาจนอกระบบ” ต้องเปิดไฟเขียวให้ท่านได้กลับมาเท่านั้นแต่ก็เป็นไปได้ยากเหลือเกินเพราะ “เครือข่ายของอำนาจนอกระบบ” กำลังเอ็นจอยกับอำนาจที่พวกเขาช่วงชิงมาและเป็นอำนาจที่ท่านอดีตนายกฯทักษิณเคยมีอยู่ มันจึงเป็นไปไม่ได้เลยที่พวกเขาจะยอมให้ท่านอดีตนายกฯทักษิณกลับมาเล่นการเมืองมีอำนาจอีกครั้งเหมือนดังแต่ก่อนเพราะการที่ท่านอดีตนายกฯทักษิณจะกลับมาเล่นการเมืองได้นั้นมันหมายความว่าท่านต้องปลอดจากการต้องโทษคดีความผิดที่ “กระบวนการยุติความเป็นธรรม” หยิบยื่นให้กับท่าน แต่การที่เราจะยกเลิกคำตัดสินของศาลที่วางอยู่บนพื้นฐานตัวบทกฎหมายอันเป็นดอกผลที่เกิดจากต้นไม่พิษที่คณะรัฐประหารเป็นผู้ปลูกไว้นั้น ประเทศไทยต้องมีการสังคายนากระบวนการยุติธรรมครั้งใหญ่เลยทีเดียว เรียกว่าเป็นงานเข็นครกขึ้นภูเขาก็คงไม่ผิดเช่นเดียวกัน

แต่จะมี สส.หรือนักการเมืองฝ่ายประชาธิปไตยคนใดหาญกล้าที่จะทำหรือมีความคิดริเริ่มในส่วนตรงนี้หรือเปล่าตรงนี้พูดไปแล้วก็เป็น “จุดอ่อนที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลงของฝ่ายประชาธิปไตย” เพราะหากทางศาลอ้างว่าพวกเขาได้ตัดสิน “ในพระปรมาภิไธยพระมหากษัตริย์” แล้วท้าทายว่า “พวกคุณกล้าหือหรือ?” ผู้เขียนคิดว่าในชั่วโมงนี้คงไม่มีนักการเมืองคนใดหรือแม้กระทั่งแกนนำฝ่ายประชาธิปไตยคนใดหาญกล้าที่จะเสี่ยงไปเล่นกับข้อหา “หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ” อีกเพราะข้อหาหมิ่นฯนี้มันเกิดขึ้นง่ายในสังคมไทยเพราะใครๆก็มีสิทธิฟ้องใครก็ได้ว่าทำการหมิ่นราชวงศ์

เห็นไหมคะว่า “กฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ” มันคืออาวุธอันทรงพลานุภาพที่ถูกนำไปใช้เป็นอาวุธต่อสู้ทางการเมืองของฝ่ายอำนาจนอกระบบอย่างไรอย่างที่ผู้เขียนเคยเขียนไว้ในบทความ ไฮ-ทักษิณ “เก็บดาบ” แนวรบด้านหน้าที่หายไปกับอีกบทพิสูจน์หนึ่งถึงพลังอมาตยาธิปไตยที่ยังถือไพ่เหนือกว่า นั่นแหละ

ที่กล่าวเช่นนี้มิได้หมายความว่า “พลังประชาชนคนเสื้อแดง” ไม่มีศักยภาพในการนำท่านอดีตนายกฯทักษิณกลับบ้าน “พลังประชาชนคนเสื้อแดง” คือ great asset ของฝ่ายประชาธิปไตยและจะเป็นพลังมวลชนที่มีอำนาจต่อรองทางการเมืองสูงในอนาคต แต่ต้องยอมรับความจริงว่าในชั่วโมงนี้ในหมู่ของ “พลังประชาชนคนเสื้อแดง” เองก็ยังมีกลุ่มก้อนที่เชิดชู “ผู้นำแห่งจิตวิญญาณของอำนาจนอกระบบ” ด้วยเช่นเดียวกัน ดังนั้นการประสานความคิดเชิดชูประชาธิปไตยเหนือตัวบุคคลจึงขาดความเป็นเอกภาพ  ตรงนี้แหละคือจุดอ่อนที่สำคัญที่สุดของฝ่ายพลังประชาชนคนเสื้อแดง การวางยุทธศาสตร์การต่อสู้กับอำนาจนอกระบบจึงยังไม่เด่นชัดและติดขัดไปหมดและผู้เขียนคิดว่าฝ่ายอำนาจนอกระบบก็มองเห็นจุดอ่อนตรงนี้ด้วย

กระนั้นก็ตามหาก”ผู้นำจิตแห่งจิตวิญญาณของอำนาจนอกระบบ” เปิดไฟเขียวให้ท่านอดีตนายกฯทักษิณกลับมาก็มี “ข้อเสียที่ยิ่งใหญ่” เช่นเดียวกันและจะเป็นภัยที่กัดกร่อนต่อหลักการของระบอบประชาธิปไตยด้วยเพราะเป็นการตอกย้ำว่าการเมืองไทยยังอิงอยู่กับอำนาจนอกระบบเป็นสำคัญแต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ขึ้นอยู่กับท่านอดีตนายกฯทักษิณด้วยว่าท่านเห็นความสำคัญของ “ประชาชน” เหนือ “อภิสิทธิ์ชน” หรือไม่หากท่านกลับมาเล่นการเมืองได้ยิ่งใหญ่เหมือนเดิม

ที่ต้องกล่าวเช่นนี้เพราะว่าหากพวกเขายอมให้ท่านกลับเมืองไทยโดยไม่ต้องโทษคดีความผิดด้วย(สามารถกลับเข้าไปเล่นการเมืองได้)นั่นหมายความว่า “ผู้นำจิตวิญญาณของอำนาจนอกระบบ” ได้มี “บุญคุญอันใหญ่หลวง” ต่อท่านอดีตนายกฯทักษิณเรียบร้อยแล้ว เรียกว่าประชาธิปไตยหลังยุคทักษิณกลับบ้านอาจเกิดภาวะ “บุญคุณต้องทดแทนหากมีรายการคุณขอมา” หากบุญคุณต้องทดแทนนั้นไม่ขัดกับผลประโยชน์ของประชาชนและประเทศก็คงไม่เป็นไรแต่หากบุญคุณต้องทดแทนนั้นไปขัดกับผลประโยชน์ของประเทศและประชาชนก็คงเป็นเรื่องที่ไม่เกิดผลดีต่อประชาธิปไตยของไทยแน่นอนทั้งนี้ทั้งนั้นก็ขึ้นอยู่กับว่าท่านอดีตนายกฯทักษิณจะยืนหยัดต่ออุดมการณ์ประชาธิปไตยได้มากน้อยแค่ไหน

แต่โดยส่วนตัวยังเชื่อมั่นว่าท่านพร้อมทำเพื่อประชาชนเสมอ เพราะอดีตที่ผ่านมาก็พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า เพราะท่านพร้อมทำเพื่อประชาชนและไม่เคยที่จะละทิ้งคนยากจนนี่แหละ ท่านอดีตนายกทักษิณจึงกลายเป็น “นายกฯของประชาชน” แต่เส้นทางการเมืองของนายกฯคนที่ 23 ก็ต้องจบลงในระยะเวลาอันสั้นเพราะท่านเป็นเหยื่อของความสำเร็จของตัวเอง

แม้ในวันนี้ความหวังที่จะเห็นท่านอดีตนายกฯทักษิณกลับประเทศไทยจะยังเป็นความหวังอันริบหรี่ของฝ่ายประชาธิปไตยก็ตามแต่ท่านอดีตนายกฯทักษิณก็ยังเป็นความหวังที่ดีที่สุดในการเปิดประตูไปสู่การเปลี่ยนแปลงและเป็น “great asset” ของฝ่ายประชาธิปไตยเช่นเดียวกับ “พลังประชาชนคนเสื้อแดง” ในวันนี้ที่จะกลายเป็นกลุ่มพลังทางการเมืองที่ขอเข้ามามีบทบาทในการกำกับทิศทางของประเทศในอนาคตด้วยคน :)

ได้อ่านข่าว ดูข่าวนายกฯอภิสิทธิ์และเครือข่ายสนับสนุนการล้มล้างประชาธิปไตยพยายามออกมาสร้างภาพลักษณ์ใหม่ด้วยการบอกกับคนไทยว่า

” ผมจะยุติปัญหาการเมืองที่ล้มเหลวซึ่งเป็นต้นเหตุของความขัดแย้งในประเทศและจะเร่งฟื้นฟูเศรษฐกิจ จะทำงานเพื่อประชาชนทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน โดยไม่แบ่งภาค หรือเลือกข้าง”

” ให้โอกาสรัฐบาลชุดนี้ทำงานก่อนเพราะรัฐบาลชุดนี้มาตามวิถีทางของกระบวนการรัฐสภา “

” ขอให้คนไทยได้เลิกแบ่งพรรค แบ่งพวก แบ่งสี เนื่องจาก คนไทยผ่านความยากลำบากมามากมาย อย่าได้นำปัญหาเพียงเล็กน้อยมาเป็นปัญหาใหญ่ คนไทยเราต้องอยู่ร่วมกัน”

แล้วเกิดความรู้สึกว่าสังคมไทยในตอนนี้เป็นสังคมแห่งการหน้าไหว้หลังหลอกกันบ้างไหมคะ?

สำหรับผู้เขียนแล้วรู้สึกอย่างนั้นจริงๆ :(

แค่เห็นคนพวกนี้ออกมาพูดยังไม่ทันอ้าปากก็เห็นลิ้นไก่แล้วว่าจะพูดอะไรออกมานั่นคือหนีไม่พ้นการ “เอาดีใส่ตัวเอาชั่วใส่คนอื่น” แต่การเล่นการเมืองสไตล์ประชาธิปัตย์ประเภท ” ไม่มีผลงาน ไม่มีความผิด“  และ “ มือถือสากปากถือศีล(hypocrite) ” ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวนี้จะถูกจริตทางการเมืองกับคนภาคใต้ส่วนใหญ่ ชนชั้นกลางในเมืองและกลุ่มชนชั้นสูงเป็นอย่างมาก :(

วันนี้ Sacravatoons อาจรู้สึกรับไม่ได้กับ “การโฆษณาชวนเชื่อ” ของนายกฯคนใหม่ของไทยเลยออกการ์ตูนมาพูดความจริงแทน Santa-Clown Abhisit เป็นการต้อนรับเทศกาลคริสต์มาสให้คนรักทักษิณและประชาธิปไตยถูกอก ถูกใจได้ทันท่วงทีอีกแล้วค่ะ  เลยทำให้ในตอนนี้ผู้เขียนติดการ์ตูนของ SacravaToons(ภาคการเมืองไทย) แบบงอมแงมไปเสียแล้ว  :P

sacrava-noo-1253

โดยทำเป็นภาพนายกฯไทยคนปัจจุบันที่แต่งองค์ทรงเครื่องเป็นลุงซานต้า แต่เป็น Santa-Clown(ซานต้าตัวตลกโจ๊กเกอร์) นั่งเก้าอี้นายกฯโดยมี “มือที่มองไม่เห็น” ยกเก้าอี้นายกฯมาให้อภิสิทธิ์นั่ง กำลังส่งสารผ่าน SMS ถึงประชาชนเนื่องในวันคริสต์มาสว่า

“สุขสันต์วันคริสต์มาสและสวัสดีปีใหม่แด่ชาวไทยทุกท่าน  โปรดให้ความร่วมมือกับรัฐบาลชุดใหม่ในการแก้ไขความเสียหายที่เกิดขึ้นกับประเทศอันเป็นผลเนื่องมาจากความวุ่นวายทางการเมืองในช่วงหลายปีที่ผ่านมาด้วยครับ”

แต่มีตัวอักษร “PAD กลับหัว” หรือกลุ่มพันธมิตรฯเป็นคำตอบถึงที่มาแห่งวิกฤตการเมืองไทยในช่วง2-3 ปีที่ผ่านมา

คงจะมีแต่ “คนไทยที่มืดบอดทางปัญญา” เท่านั้นแหละที่เชื่อในคำพูดของ “รัฐบาลอภิสิทธิ์ชน” ชุดนี้และเครือข่ายว่าวิกฤตการเมืองไทยที่ผ่านมาไม่ได้เกิดจากกลุ่มพันธมิตรฯ ที่ทำหน้าที่เป็นทัพหน้าให้กับ พรรคประชาธิปัตย์ ทหารและอำนาจนอกระบบในการล้มล้างประชาธิปไตยเลย

คอลัมน์ : วิเทศทรรศน์
จักรภพ เพ็ญแข

สภาผู้แทนราษฎรมีมติให้ คุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เป็นนายกรัฐมนตรี เมื่อวันจันทร์ที่ 15 ธันวาคม 2551 เพราะเอาชนะ พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก ของอีกฝั่งหนึ่งได้หลายคะแนนอยู่เรื่องแบบนี้ดูเผินๆ แล้วเป็นธรรมดาอย่างยิ่งของระบอบประชาธิปไตยแบบรัฐสภา เปลี่ยนตัวนายกรัฐมนตรีโดยไม่ต้องมีปืนและรถถังเข้ามาประกอบฉาก สภาพของความเป็นสภาผู้แทนราษฎรก็ยังดำรงอยู่ เครื่องประกอบฉากทั้งหลายก็ยังคงอยู่ในบริบทของรัฐธรรมนูญทั้งนั้น แต่เหตุไฉนสื่อต่างชาติถึงยังคงเดินหน้าโจมตีอยู่อย่างไม่เสื่อมคลายในความ เป็นเผด็จการ

บางสำนักข่าวเอาหนักขนาดบอกว่าเป็นรัฐประหารแฝงเร้นโดยใช้รัฐสภาเป็นเครื่องมือเลยด้วยซ้ำไป

ภาพสมบูรณ์ (picture perfect) ของคุณอภิสิทธิ์ในฐานะผู้นำรัฐบาลคนใหม่ของไทยขาดตกบกพร่องตรงไหนหรือในสายตาของผู้สังเกตการณ์ระหว่างประเทศซึ่งเป็นกลางตามวิชาชีพชนิดที่ใครก็ไปมีอิทธิพลสั่งการอะไรเขาไม่ได้ หรือใครบังเอิญสนิทสนมกับรายไหนเป็นส่วนตัวก็ไม่ใช่ว่าจะชี้นำได้ทุกๆ สำนักข่าว

เมื่อส่วนใหญ่เขามองอย่างไร ก็มักเป็นความจริงตามเนื้อผ้าอย่างนั้น

คนใหญ่โตในเมืองไทยที่ควบคุมอะไรต่อมิอะไรในประเทศได้ จึงมักจะครั่นคร้ามสื่อต่างชาติทั้งนั้นเหตุผลก็ชัดเจนยิ่ง นั่นคือ ไม่มีอำนาจราชศักดิ์อะไรจะไปควบคุมเขาได้เพราะเขาอยู่นอกพื้นที่อำนาจของตนอย่างสมบูรณ์ :)

ถึงจะบอกกับคนในประเทศว่าดีแสนดี ดีชนิดที่หาอะไรมาเปรียบเทียบมิได้ ตายแล้วเกิดใหม่ก็ไม่ได้อะไรดีอย่างนั้น แต่ถ้าของจริงห่วย เขาก็บอกตรงๆ และเรียบๆ ว่าห่วย แล้วคุณจะส่งหน่วยเวรหน่วยกรรมที่ไหนไปทำอะไรเขาได้ ก็ต้องยอมรับและหาทางปิดหูปิดตาคนในประเทศไปเรื่อยๆ เหมือนคนสิ้นคิด :P

กลับมาที่คุณอภิสิทธิ์

จุดใหญ่ที่สุดที่คุณอภิสิทธิ์ถูกโจมตีในความไม่สง่างาม คือความสัมพันธ์ระหว่างคุณอภิสิทธิ์ พรรคประชาธิปัตย์และกลุ่มที่หลายคนเห็นว่าเป็นผู้ก่อการร้ายอย่างประดาแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยซึ่งต่างชาติเขาเรียกติดปากว่า PAD
อ่านต่อ…

Posted by: Jess | ธันวาคม 25, 2008

Happy Hanukkah and Merry Christmas!

เนื่องจากเทศกาล Hanukkah หรือ Chanukah จะใกล้กับวันคริสต์มาสของทุกปีหรือคาบเกี่ยวกันหรือในบางปีตรงกับวันคริสต์มาสเหมือนอย่างในปี 2548 คนทั่วโลกส่วนใหญ่จึงไม่เคยได้ยินเกี่ยวกับเทศกาลแห่งแสงไฟของชาวยิวมากนักเพราะไม่มีความเป็นสากลเท่ากับวันคริสต์มาส ในปีนี้ “เทศกาล Hanukkah” หรือ “เทศกาลแห่งแสงไฟ” เริ่มขึ้นวันแรกในวันที่ 21 ธันวาคม วันนี้จึงเป็นวันที่ 5 ของการเฉลิมฉลองเทศการแห่งแสงไฟซึ่งกินระยะเวลายาวนานถึง 8 วัน

เมื่อเอ่ยถึงเทศกาล Chanukah คนไทยหลายๆคนอาจไม่รู้จักหรือคุ้นหูเท่าใดนักเหมือนกับวันคริสต์มาสที่ถูกจัดขึ้นในช่วงเวลาเดียวกันในช่วงเทศกาลส่งความสุข แต่หากท่านใดที่ชอบอ่านเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ของการต่อสู้เพื่อเสรีภาพแล้ว Hanukkah เป็นอีกตำนานและเรื่องราวหนึ่งในประวัติศาสตร์ที่ควรค่าแก่การศึกษา

วันนี้ผู้เขียนจึงมีเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยเกี่ยวกับเทศกาล Chanukah มาฝากกันค่ะ เทศกาล Chanukah นี้เป็นการรำลึกถึงการชำระและการถวายพระวิหารหลังที่สองในกรุงเยรูซาเล็มแด่พระผู้เป็นเจ้าโดยมี “จูดาห์ มัคคาบี” เป็นผู้นำในการต่อสู้กับทรราชย์แห่งอาณาจักรซีเรียในปีที่ 165 ก่อนคริสตศักราชหลังจากกษัตริย์ แอนไทอะคัสเอพิฟาเนสที่ 4 แห่งซีเรียได้ทำลายและสร้างรอยมลทินให้กับพระวิหารในเยรูซาเล็ม

ตามบันทึกทางประวัติศาสตร์นั้นได้เขียนไว้ว่า Judah Maccabee (ซึ่งแปลว่า “พระเจ้าคือหนึ่งเดียว”) พบน้ำมันเพียงน้อยนิดสำหรับนำมาจุดเทียนให้สว่างอีกครั้งภายในพระวิหาร หากแต่มันเป็นเรื่องที่น่าอัศจรรย์ยิ่งนักที่ปริมาณน้ำมันเพียงน้อยนิดนั้นสามารถเป็นเชื้อเพลิงให้กับแสงเทียนได้ส่องสว่างยาวนานถึงแปดวันแปดคืนและนี่จึงเป็นที่มาของการเฉลิมฉลองเทศกาลฮานะก้าที่ติดต่อกันยาวนานถึงแปดวันเพื่อระลึกถึงปาฏิหารย์ในครั้งนั้นด้วยนั่นเองค่ะ

ปีนี้เทศกาล Chanukah หรือที่เรียกว่า “Festival of Lights” ตรงกับวันที่ 21 ธันวาคมและจะไปสิ้นสุดเมื่อวันที่ 29 ธันวาคม เทศกาลฮานะก้านี้เรียกอีกชื่อหนึ่งว่า “โคมไฟ” เนื่องจากมีการจุดเทียน ประดับดวงไฟสวยมากๆ ที่บ้านและธรรมศาลาทุกคืนให้ครบแปดวันและเทียนแต่ละเล่มที่ถูกจุดขึ้นนั้นจะมีความหมายพิเศษในตัว วันที่ 21 ธันวาคมเป็นวันแรกของเทศกาลฮานะก้าจึงมีการจุดเทียนเล่มแรกในวันนี้ดังที่ถูกบันทึกอยู่ในพระคัมภีร์ทัลมุดบาบิโลนไว้ว่า:

” on the first day one candle is lit and thereafter they are progressively increased … because we increase in sanctity but do not reduce. ” – Shabbat 21b, Babylonian Talmud

เทียนเล่มแรก ให้ความหมายถึง Freedom หรือ อิสรภาพ
เทียนเล่มที่ 2 ให้ความหมายถึง Family ความผูกพันและสายสัมพันธ์ระหว่างครอบครัว
เทียน เล่มที่ 3 ให้ความหมายถึง Learning หรือ การเรียนรู้ อันเป็นการส่งเสริมให้ชาวยิวใฝ่เรียนและหาความรู้ใส่ตัวอยู่เสมออย่าหยุดนิ่งที่มาของ Jewish Learning ก็คือว่าเนื่องจากในสมัยก่อนนั้นกองทัพของซีเรียต้องการขจัดศาสนายูดายออกจากแผ่นดินอิสราเอลจึงได้ห้ามชาวยิวเรียนหนังสือค่ะ
เทียนเล่มที่ 4 ให้ความหมายถึง ความหวังและกำลังใจ
เทียนเล่มที่ 5 ให้ความหมายถึง การให้ความเอื้อเฟื้อเมตตาแก่ผู้ที่ด้อยโอกาสในสังคม
เทียนเล่มที่ 6 ให้ความหมายถึง ความสมานสามัคคีเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน
เทียนเล่มที่ 7 ให้ความหมายถึง การคงความศรัทธาในพระเจ้าองค์เดียว (Holiness)
เทียนเล่มที่ 8 ให้ความหมายถึง สันติภาพ (Peace or Shalom)

ปาฏิหาริย์แห่งแสงสว่างของแรงเทียนอันยาวนานนี้จึงได้กลายมาเป็นตำนานทีถูกจดจำและถ่ายทอดออกมาในรูปของสัญญลักษณ์เชิงเทียนแห่งฮานะก้า(Lighting of the Menorah) หรือ แสงแห่งเสรีภาพ (Lights of freedom) นั่นเองค่ะ

๏ Merry Christmas ดื่ม,แด้นซ์….โดดหมุน
Merry Christmas รักคุณ………….พระเจ้า
Merry Christmas ขวัญหนุน………ขวัญดนุ
Merry Christmas ขวัญเข้า……….ส่งท้ายปลายปี

๏ Merry Christmas ส่งเจ้า………หนูขวัญ
Merry Christmas ฝันวัน…………..’ชวด’น้อย
Merry Christmas ฉลองกัน………ก้องโลก
Merry Christmas เกี่ยวก้อย………กลับบ้านบานบุรี

๏ Merry Christmas ต้อนรับ………โคขวัญ
Merry Christmas ฉลองวัน………..อยู่บ้าน
Merry Christmas หวังฝัน………….’ฉลู’ใหม่
Merry Christmas โลกสะท้าน…….เทศทั้งไทย Co-ordinate บารนี ๚ะ๛

ประพันธ์โดยคุณ นกโก๊ก

และเนื่องในวันนี้เป็นวันสำคัญคริสต์ของศาสนิกชนคือวันคริสต์มาสและเป็นเทศกาลส่งความสุขของคนทั้งโลกเป็นวันเทศกาลแห่งแสงไฟ Chanukah ด้วยแม้ว่าตัวผู้เขียนเองจะมิได้เฉลิมฉลองเทศกาลคริสต์มาสเป็นการส่วนตัวแต่ก็ขอถือโอกาสนี้อวยพรให้คุณผู้อ่านทุกท่านทั้งที่อ่านอย่างเดียวหรือลงความเห็นด้วยที่แวะเข้ามาเยี่ยมเยียนบ้าน Thinking in ink หลังนี้ด้วยความบังเอิญหรือรู้จัก สุขสันต์วันคริสต์มาส สุขสันต์วัน Chanukah สิ่งใดที่ประเสริฐ พรใดที่สุดเลิศ จงเป็นของคุณค่ะ

ขอพระเจ้าอวยพร…

Hi everyone , even though I don’t celebrate Christmas myself, I’ ll take this opportunity to wish you all a very Merry Christmas, Happy Chanukah, “Season’s Greetings”, or whatever your thing is … and wish you all the best in the coming year.

May the Lord draw you ever nearer to Himself, and may He bless you & yours abundantly.

Jess :)

Older Posts »

หมวดหมู่